วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

#เตาตายักษ์ เทคนิคสร้างเตา (築窯) เผาถ่านแบบญี่ปุ่น จากภูมิปัญญาที่เคยหวงแหน ตามข้อตกลง (คำพูด) ที่เคยให้ไว้กับอาจารย์ชาวญี่ปุ่นตั้งแต่เริ่มรับการถ่ายทอด สู่…ภูมิปัญญาที่ส่งต่อคนรุ่นลูกหลานที่สนใจ โดย : เฒ่าเผาถ่าน พิทักษ์โลก เทคโนโลยีการเผาถ่านของญี่ปุ่น — คุณภาพสูงจากศาสตร์การสร้างเตาและการ “เนะราชิ” (精煉) การผลิตถ่านไม้มีอยู่ทั่วโลก แต่ถ่านไม้ที่ผลิตในญี่ปุ่นมีจุดเด่นคือ มีสารที่เผาไม่สมบูรณ์ (Uncarbonized matter) เหลือน้อยมาก และ มีปริมาณคาร์บอนสูง กว่าถ่านทั่วไป ถ่านที่มีคาร์บอนสูงและมีสารที่เผาไม่สมบูรณ์น้อย จะมีคุณสมบัติสำคัญคือ * เผาไหม้แล้วแทบไม่มีควัน * ไม่มีกลิ่นรบกวน * ให้ค่าความร้อนสูง * เผาไหม้สะอาด การผลิตถ่านคุณภาพสูงเช่นนี้เกิดจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ 1. เทคนิคการสร้างเตาถ่านแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น (築窯 : Chikuyō) 2. กระบวนการ “เนะราชิ” (精練 / ねらし) ในช่วงท้ายของการเผาถ่าน เตาถ่านญี่ปุ่นถูกออกแบบให้ไฟไหลเวียนภายในเตาอย่างราบรื่น ทำให้ความร้อนกระจายทั่วถึงและเกิดการคาร์บอไนซ์ (Carbonization) อย่างสม่ำเสมอ ส่วนกระบวนการ “เนะราชิ” (精練 / ねらし) เป็นเทคนิคเฉพาะของญี่ปุ่น ใช้การเผาที่อุณหภูมิสูงมากในช่วงท้าย เพื่อเพิ่มปริมาณคาร์บอนในถ่านให้สูงขึ้น ✳ ถ่านญี่ปุ่นมี 2 ประเภทหลัก 1. ถ่านดำ (黒炭 : Kurozumi) * ดับไฟภายในเตา * ปิดปากเตาและปล่องควัน * ตัดอากาศออกทั้งหมด เรียกว่าการดับไฟในเตา (窯内消火) 2. ถ่านขาว (白炭 : Hakutan) * ดึงถ่านที่กำลังแดงจัดออกจากเตา * ใช้ผงเถ้าผสมทรายชื้นกลบดับไฟ เรียกว่าการดับไฟนอกเตา (窯外消火) วิธีนี้ทำให้ได้ถ่านที่มีคาร์บอนสูงมาก ✳ การถ่ายทอดเทคโนโลยี เทคนิคการเผาถ่านของญี่ปุ่นได้ถูกถ่ายทอดไปยังประเทศต่าง ๆ ในเอเชียมานานแล้ว ปัจจุบันญี่ปุ่นยังเผยแพร่ * เทคโนโลยีสร้างเตาถ่านแบบถ่านขาว * เทคนิคการ “เนะราชิ” (精練 / ねらし) * การผลิตถ่านคุณภาพสูง ให้แก่หลายประเทศ ✳ ประวัติศาสตร์การผลิตถ่าน การผลิตถ่านมีอยู่ทั่วโลกมาตั้งแต่สมัยโบราณ ต้นกำเนิดของถ่านไม้เกิดจากไฟป่า เมื่อไฟป่าไหม้แล้วดับลง จะเหลือไม้ที่ไหม้กลายเป็นถ่านอยู่ตามธรรมชาติ นี่คือจุดกำเนิดของถ่านไม้ ✳ หลักฐานเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ถ่านที่มนุษย์ผลิตขึ้นในญี่ปุ่นที่เก่าแก่ที่สุด พบในถ้ำหินปูนเมืองโอซุ จังหวัดเอฮิเมะ มีอายุประมาณ 10,000 ปี ✳ วิธีเผาถ่านแบบ “ฟุเสะยากิ” (伏せ焼き) ในปลายยุคยาโยอิ เริ่มมีการใช้วิธีเผาถ่านแบบ ฟุเสะยากิ (伏せ焼き) วิธีการคือ 1. เรียงไม้เป็นกอง 2. คลุมด้วยหญ้า 3. กลบด้วยดิน 4. จุดไฟจากปลายด้านหนึ่ง 5. ปล่อยให้เกิดการเผาแบบอับอากาศ วิธีนี้ยังพบในประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่ง และเป็นพื้นฐานของการเผาถ่านทั่วโลก ✳ กำเนิดถ่านดำและถ่านขาว 🌑 ถ่านดำ เชื่อว่ารูปแบบการผลิตเริ่มสมบูรณ์ในสมัยมุโรมาจิ 🌔 ถ่านขาว มีตำนานเล่าว่าพระโคโบ ไดชิ (คูไค) นำเทคนิคนี้กลับมาจากจีนเมื่อเดินทางกลับจากราชวงศ์ถัง และมีการพัฒนาจนเป็นรูปแบบชัดเจนในสมัยเฮอัน ✳ การพัฒนาจนเกิด “บินโชตัน” (備長炭 : Binchotan) ตลอดหลายร้อยปี ช่างเผาถ่านญี่ปุ่นได้ปรับปรุงเทคนิคอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์คือ บินโชตัน (Binchotan) ถ่านขาวคุณภาพสูงที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งพัฒนาขึ้นในสมัยเอโดะ ✳ ความแตกต่างของถ่านดำและถ่านขาว วิธีดับไฟ 🌑 ถ่านดำ * ปิดปากเตา * ปิดปล่องควัน * ตัดอากาศทั้งหมด * ดับไฟในเตา 🌔 ถ่านขาว * เปิดปากเตากว้าง * ดึงถ่านแดงออกจากเตา * โรยผงดับไฟ เป็นการดับไฟนอกเตา ✳ อุณหภูมิการเผา ช่วงคาร์บอไนซ์หลักทั้งสองแบบอยู่ที่ 300–400°C ✳ ช่วง “เนะราชิ” (精練 / ねらし) 🌑 ถ่านดำ ประมาณ 800°C 🌔 ถ่านขาว ประมาณ 1,000–1,200°C ✳ เทคนิคสร้างเตา (築窯) หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของการเผาถ่านญี่ปุ่นคือ การออกแบบเตา เตาจะมีลักษณะ * หลังคาโค้งนูน * ผังเป็นรูปไข่ * หรือรูปผล 枇杷/びわ : Biwa/ biwa "โลควอต" (Loquat) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "ปี่แป๋" เป็นผลไม้เมืองหนาวรสหวานอมเปรี้ยวยอดนิยมของญี่ปุ่น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ * ไฟไหลตามเพดานได้ดี * ความร้อนกระจายทั่วเตา * การคาร์บอไนซ์สม่ำเสมอ ✳ ปล่องควัน ปล่องควันอยู่ตรงข้ามปากเตา และปล่องควันอยู่ตรงข้ามปากเตา ช่วยให้การไหลเวียนของไฟและควันเป็นไปอย่างราบรื่น ✳ การจัดการพื้นเตา ก่อนสร้างเตา ช่างเผาถ่านจะ * รองพื้นด้วยหิน * รองด้วยเศษไม้ * หรือวางท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันความชื้นจากดิน ซึ่งช่วยลดปัญหา ไม้เผาไม่สุก (未炭化物) ✳ กระบวนการ “เนะราชิ” (ねらし) ถือเป็นหัวใจของการเผาถ่านญี่ปุ่น วิธีการคือ * เปิดปากเตากว้าง * เพิ่มอากาศเข้าเตา * เผาส่วนที่ยังคาร์บอไนซ์ไม่สมบูรณ์ต่อไป ผลคือ * ลดสารระเหย * เพิ่มคาร์บอน * ทำให้ถ่านบริสุทธิ์ขึ้น ผลต่อโครงสร้างถ่าน เนื้อไม้มีคุณสมบัติพิเศษ เมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 800°C โครงสร้างจะเริ่มหดตัว 🌑 ถ่านดำ เผาประมาณ 800°C จึงมีลักษณะ * ค่อนข้างนุ่ม * เปราะ * แตกง่าย 🌔 ถ่านขาว เผามากกว่า 1,000°C จึงมีลักษณะ * แข็งมาก * หนาแน่น * เคาะแล้วมีเสียงคล้ายโลหะ ✳ พื้นที่ผิวของถ่าน ถ่านเป็นวัสดุพรุน (Porous Material) จึงมีพื้นที่ผิวภายในสูง 🌑 ถ่านดำ พื้นที่ผิวภายใน 300–400 ตารางเมตร/กรัม (300–400 m²/g) 🌔 ถ่านขาว พื้นที่ผิวภายใน 250–300 ตารางเมตร/กรัม (250–300 m²/g) ✳ ผลต่อการใช้งาน 🌑 ถ่านดำ * ติดไฟง่าย * รับอากาศได้มาก * ให้ความร้อนสูง * แต่หมดเร็ว เหมาะกับงานที่ต้องการไฟแรง 🌔 ถ่านขาว * ติดไฟยากกว่า * เผาไหม้ช้ากว่า * ไฟอยู่ได้นาน * ความร้อนสม่ำเสมอ นิยมใช้ * ร้านยากิโทริ * ร้านปิ้งย่าง * ร้านอาหารญี่ปุ่น ✳ การดับไฟนอกเตา (窯外消火) เป็นเอกลักษณ์ของถ่านขาว ขั้นตอนคือ 1. เผาถ่านจนแดงจัด 2. ใช้เหล็กเขี่ยถ่านออกจากเตา 3. โรยผงดับไฟที่มีความชื้น ผงดับไฟทำจาก * เถ้า * ทรายแม่น้ำ เมื่อผงเถ้าและทรายแม่น้ำที่ใช้ดับไฟติดผิวถ่าน ถ่านจึงมีสีขาวอมเทา และเป็นที่มาของชื่อ “ถ่านขาว” ✳ ปริมาณคาร์บอนคงตัว (Fixed Carbon %) มาตรฐานสมาคมเชื้อเพลิงแห่งชาติญี่ปุ่นกำหนดว่า 🌑 ถ่านดำ คาร์บอนคงตัว (Fixed Carbon %) ≥ 75% 🌔 ถ่านขาว คาร์บอนคงตัว (Fixed Carbon %) ≥ 85% ✳ บินโชตัน คาร์บอนคงตัว (Fixed Carbon %) ≥ 90% ความหมายของ “คาร์บอนคงตัว (Fixed Carbon %)” คำนวณจากน้ำหนักถ่านไม้ลบด้วย * สารระเหย % * ความชื้น % * เถ้า % ค่าที่ยิ่งสูง หมายถึง * มีคาร์บอนมาก * เผาไหม้สะอาด * ควันน้อย * กลิ่นน้อย * ให้พลังงานสูง จึงถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของ คุณภาพถ่านไม้ สวัสดี เฒ่าเผาถ่าน

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569

日本における高品質竹炭製造の知恵をタイに初めて導入した先駆者のプロフィール Claude AI … 先駆者プロフィール:キッティ・ルートラム氏 氏名: キッティ・ルートラム氏(愛称「キッティおじさん」または「炭焼きの老人」) 所在地: タイ プラチンブリー県 ナディ郡 ブランド: Bunton(バンタン) 背景 タイにおける健康用竹炭の製造は、ある意味で飛躍的な進歩であった。タイ人がそれまで知っていた伝統的な炭焼きとは大きく異なり、1,000℃を超える高温で竹炭を焼くために日本の技術を応用したものだったからである 。 事業の始まり キッティ氏はタイで初めて健康用竹炭を製造した人物として知られている。彼は窯の作り方から製造工程全体まで、代々炭焼きを家業としてきた日本人の友人、中子大作(Daisaku Nakago)氏から伝えられた 。二人は、キッティ氏の故郷プラチンブリーに竹が豊富に自生していることに着目し、これを原料として活用できると考えた。そこでキッティ氏は1999年に着手を決意し、当初は日本への輸出を目的としていた  その後、彼は日本式の技術を習得し、さらに改良を重ねて、日本の品質基準に適う竹炭を生産できるようになった。 功績と評価 「Bunton(バンタン)」というブランドのもと、彼の健康用竹炭と竹塩製品はタイ国内で初めての製品となり、日本・中国・韓国で生産される炭と同水準の品質を実現した唯一の生産者となった 。同製品はOTOP(タイの一村一品運動)の5スター認定を受けている。 現在 現在も「炭焼きの巨匠」として知られるキッティおじさんは、燃料や健康用途だけでなく、土壌改良や炭素固定を目的とした「タヤキ(Ta Ya Ki)」窯の開発など、技術革新を続けている。

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569

ศาสตร์การฝังถ่าน The Carbon Burial Method (Micro Framework) โดย : เฒ่าเผาถ่าน

#เตาตายักษ์ ⚫ ศาสตร์การฝังถ่าน The Carbon Burial Method (Micro Framework) โดย : เฒ่าเผาถ่าน 🌏🔥🌱 Preface : The Old Charcoal Man Who Protects the Earth บทนำ : ในโลกสมัยใหม่ มนุษย์มีเทคโนโลยีที่ซับซ้อนมากมาย แต่ในขณะเดียวกัน โลกกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ เช่น :- • ดินเสื่อมโทรม • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ • ความไม่มั่นคงทางอาหาร • การสูญเสียสมดุลของระบบนิเวศ คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า มนุษย์จะฟื้นฟูโลกได้อย่างไร…??? บางครั้งคำตอบอาจไม่ได้อยู่ในเทคโนโลยีที่ซับซ้อน แต่อยู่ในภูมิปัญญาเรียบง่ายของมนุษย์ในอดีต หนึ่งในภูมิปัญญานั้นคือ “การเผาถ่าน” ในอดีต เฒ่าเผาถ่านอาจเป็นเพียงคนธรรมดาในหมู่บ้าน ผู้ปลูกไผ่ เผาถ่านไม้ไผ่ และสร้างถ่านไม้ผาจากภูมิปัญญาเก่าแก่ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากชาวญี่ปุ่นโดยตรง ถ่านเหล่านั้นถูกใช้เพื่อ :- • สุขภาพ • บำรุงดิน • ตรึงคาร์บอนไว้ในดิน และดำรงชีวิตประจำวันอยู่กับการเผาถ่าน แต่ในมุมมองของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เราเริ่มเข้าใจว่า “ถ่าน” ไม่ใช่เพียงเชื้อเพลิง ถ่านคือคาร์บอนที่มีโครงสร้างพรุนจำนวนมหาศาล สามารถ :- • เก็บน้ำ • เก็บธาตุอาหาร • เป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ในดิน เมื่อถ่านถูกฝังลงในดิน มันสามารถช่วย :- • ฟื้นฟูโครงสร้างดิน • เพิ่มความหลากหลายของจุลินทรีย์ • และกักเก็บคาร์บอนในระยะยาว แนวคิดนี้ปรากฏในหลายวัฒนธรรมของโลก เช่น :- • Terra Preta ในลุ่มน้ำอเมซอน • การใช้ถ่านในเกษตรญี่ปุ่น • แนวคิดพื้นที่สมดุลที่เรียกว่า イヤシロチ : Iyashirochi ในวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ “ถ่านชนิดนี้เรียกว่า Biochar” เฒ่าเผาถ่านเรียกถ่านชนิดนี้ว่า “ถ่านบำรุงดิน” จากความเข้าใจเหล่านี้ จึงเกิดแนวคิดที่เรียกว่า “วิธีการฝังถ่าน” (The Carbon Burial Method) ⚫ ศาสตร์การฝังถ่าน (The art of charcoal burial) ศาสตร์นี้เป็นการผสมผสานระหว่าง:- • ภูมิปัญญาชาวบ้าน • วิทยาศาสตร์ดิน • ระบบนิเวศจุลินทรีย์ • และวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศ เพื่ออธิบายว่า…ถ่านก้อนเล็ก ๆ ในดิน สามารถเชื่อมโยงกับระบบของโลกทั้งใบได้อย่างไร…??? บางทีการฟื้นฟูโลก อาจไม่ได้เริ่มจากห้องทดลองขนาดใหญ่ แต่อาจเริ่มจาก :- 🔥 กองไฟเล็ก ๆ ⚫ ถ่านก้อนหนึ่ง 🌱 และดินผืนหนึ่ง ⚫ วิธีการฝังถ่าน (The Carbon Burial Method) จุดเริ่มต้นขนาดเล็ก (Micro Framework) แนวคิดหลัก : การฝังถ่านลงในดินช่วยปรับสมดุลของระบบดินทั้งระบบ ได้แก่ • โครงสร้างดิน • ระบบจุลินทรีย์ • วงจรคาร์บอน • สมดุลไฟฟ้าในดิน สิ่งนี้นำไปสู่การฟื้นฟูพื้นที่อยู่อาศัยให้ “อยู่เย็น เป็นสุข” สำหรับ • มนุษย์ • สัตว์ • พืช • และระบบนิเวศ ⚫ พลังทั้งสี่ของดิน (The Four Forces of Soil) ดินเป็นระบบที่ประกอบด้วย 4 มิติพื้นฐาน :- 🌱 Biology : จุลินทรีย์ รากพืช และสิ่งมีชีวิตในดิน ⚗ Chemistry : ธาตุอาหาร pH และ Cation Exchange Capacity 🪨 Physics : โครงสร้างดิน ความพรุน การอุ้มน้ำ และการระบายอากาศ ⚡ Electricity : ศักย์ไฟฟ้า การเคลื่อนที่ของไอออน และการแลกเปลี่ยนอิเล็กตรอน ถ่าน (Biochar / Charcoal) เป็นวัสดุคาร์บอนที่สามารถเชื่อมทั้ง 4 ระบบนี้เข้าด้วยกัน ⚫ บทบาทของ “ถ่าน” ในดิน : เมื่อถ่านถูกฝังในดิน จะเกิดผลสำคัญหลายประการ 1 โครงสร้างดินดีขึ้น : เพิ่มความพรุน การอุ้มน้ำ และการระบายอากาศ 2 ที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ : รูพรุนของถ่านเป็นแหล่งอาศัยของจุลินทรีย์ในดิน 3 การเก็บธาตุอาหาร : ถ่านสามารถดูดซับและเก็บไอออนของธาตุอาหาร 4 สมดุลไฟฟ้าในดิน : โครงสร้างคาร์บอนช่วยสนับสนุนการแลกเปลี่ยนประจุและการเคลื่อนที่ของไอออน งานวิจัยด้านจุลชีววิทยาไฟฟ้า (Electromicrobiology) ยังพบว่า จุลินทรีย์บางชนิดสามารถถ่ายโอนอิเล็กตรอนผ่านวัสดุคาร์บอนได้ ดังนั้น “ถ่าน” ในดินอาจทำหน้าที่เป็น ตัวกลางการถ่ายโอนอิเล็กตรอนของจุลินทรีย์ ⚫ วงจรของศาสตร์การฝังถ่าน : Biomass ↓ Charcoal ↓ Buried in Soil ↓ Soil Structure Improves ↓ Microbial Habitat Forms ↓ Electro-Chemical Balance Improves ↓ Soil Regeneration ↓ Food and Life ⚫ หลักการ 7 ประการของการฝังกลบด้วยคาร์บอน (Seven Principles of Carbon Burial) หลักการพื้นฐานของศาสตร์การฝังถ่าน : 1️⃣ Carbon Stability : ถ่านเป็นคาร์บอนที่มั่นคง สามารถกักเก็บในดินได้ยาวนาน 2️⃣ Porous Habitat : รูพรุนของถ่านเป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ 3️⃣ Soil Structure : ถ่านช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน 4️⃣ Nutrient Retention : ถ่านช่วยเก็บธาตุอาหารในดิน 5️⃣ Soil Electricity : ถ่านช่วยปรับสมดุลไฟฟ้าในดิน 6️⃣ Ecological Regeneration : ดินที่ดีช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ 7️⃣ Harmonious Living : เป้าหมายคือพื้นที่ที่มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล คล้ายกับแนวคิดญี่ปุ่นที่เรียกว่า“พื้นที่ที่เอื้อต่อชีวิต” ( イヤシロチ : Iyashirochi) ⚫ แก่นของศาสตร์การฝังถ่าน : 🔥 ไฟสร้างถ่าน ⚫ ถ่านฟื้นดิน 🌱 ดินสร้างชีวิต 🌏 ชีวิตสร้างโลกที่สมดุล เมล็ดพันธุ์ของระบบความรู้ (Seed of a Knowledge System) ศาสตร์การฝังถ่านเริ่มต้นจากแนวคิดเล็ก ๆ 🔥 กองไฟเผาถ่าน → 🌱 การฟื้นฟูดิน → 🌏 การฟื้นฟูโลก ⚫ โครงสร้างของศาสตร์สามารถเติบโตได้เป็น 4 ระดับ 1️⃣ Micro Concept 2️⃣ Manual 3️⃣ Method 4️⃣ Philosophy ที่มาของวิธีการฝังถ่านในประเทศไทย (Origin of the Carbon Burial Method in Thailand) ⚫ จุดกำเนิดศาสตร์การฝังถ่านในประเทศไทย หนึ่งในสถานที่สำคัญของการทดลองศาสตร์การฝังถ่านในประเทศไทย คือ…สวนลุงโชค วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อ…วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ในพิธี ยกเสาเอก “ศาลาอินทนิล ๑๐๘” ได้มีการประกอบพิธี ฝังถ่านตามแนวคิด 炭素埋設法 (Tanso Maisetsu-hō) ซึ่งมีรากฐานจากภูมิปัญญาของประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์นี้ถือเป็น หนึ่งในจุดเริ่มต้นของการพัฒนาแนวคิดการฝังถ่านในประเทศไทย ในอนาคต สถานที่แห่งนี้มีเป้าหมายจะพัฒนาเป็น ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์การฝังถ่าน (Carbon Burial Learning Site) ภายใต้แนวคิดของ…“สถาบันถ่านไม้ไผ่ไทย (Thai Bamboo Charcoal Institute : TBCI)” เพื่อเป็น : 🌱 แหล่งเรียนรู้ 🔥 ห้องทดลองธรรมชาติ 🌏 และศูนย์ถ่ายทอดภูมิปัญญา เกี่ยวกับศาสตร์การฝังถ่าน ⚫ โครงสร้างของศาสตร์ : ศาสตร์การฝังถ่านตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก : 1️⃣ Micro Concept 2️⃣ Scientific Structure (Four Forces of Soil) 3️⃣ Seven Principles และมี Origin Site 📍ณ. สวนลุงโชค วังน้ำเขียว จักรวาลของศาสตร์การฝังถ่าน (The Carbon Burial Universe) แนวคิดทั้งหมดสามารถอธิบายได้ด้วยภาพเดียว 🔥 ไฟ ⚫ ถ่าน 🌱 ดิน 🦠 จุลินทรีย์ 🌳 พืช 🌏 โลก ซึ่งรวมกันเป็น…“จักรวาลของศาสตร์การฝังถ่าน” 🌏🔥🌱 สวัสดี 🌏🔥🌱 🌳🌳🌳🔥🌳🌳🌳 🌱🔥🌏 เผยแพร่โดย : เฒ่าเผาถ่าน ทั้งภาพและบทความ : ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล ด้วยการช่วยเหลือของ สหายปัญญ์ (AI)

วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569

เตาตายักษ์ TAYAKI

เตาตายักษ์ TAYAKI ข้อมูลจำเพาะ (Specifications หรือ Specs) : เตาตายักษ์ (TAYAKI Kiln) 🏫 เตาตายักษ์เป็นเตาทรงกรวยที่ทำงานภายใต้รูปแบบ Under-Lit Open Pyrolysis (ULOP) โดยจุดกำเนิดความร้อนเริ่มจากก้นเตา ตัวเตาผลิตจากสแตนเลส SUS 304 หนา 1.5 มิลลิเมตร และออกแบบให้ปากเตามีความกว้าง 90 ซม. ฐานเตามีความกว้าง 45 ชม.เปิดทั้งหมด 100% 🏫 The Giant Kiln is a conical kiln operating under an Under-Lit Open Pyrolysis (ULOP) configuration, in which heat generation is initiated at the base of the kiln. The kiln is constructed from SUS 304 stainless steel with a thickness of 1.5 mm and is designed with a fully open base (100% open-bottom design). 🏫 เตาตายักษ์เป็นเตาแบบ “ULOP (Under-Lit Open Pyrolysis Configuration)“ 🔥 หลักการของเตาเผาถ่าน “เตาทรงกรวยไทย (Thai Cone Kiln)” 🌀 เตาทรงกรวยแบบ “เตาตายักษ์” เป็นเตาทรงกรวยแบบไม่มีก้น หรือ พื้นเตาเปิด 100% 🔺 กระบวนการเผาถ่าน (Catbonization) ของเตาตายักษ์ 🔺 เผาไม้ฟืนด้านล่าง (ก้นเตา) ชึ้นมา → ความร้อนเริ่มสะมสมจากไม้ฟืนที่เริ่มจุดไฟจากก้นเตาที่วางบนดิน อุดดินปิดขอบก้นเตาไม่ให้มีอากาศเข้าได้ ค่อย ๆ ทยอยใส่ไม้ฟืนลงไปใน เตาเมื่อไม้ฟืนในเตากลายเป็นถ่าน เกิดการสะท้อนความร้อนที่ผนังเตา ที่สร้างให้ผนังมีความลาดเอียง วัสดุสแตนเลสช่วยป้องกันการสูญเสียความร้อนและสะท้อนความร้อนได้ดี 🔥 เตาทรงกรวยแบบ “เตาตายักษ์” เป็นเตาแบบ “ULOP. (Under-Lit Open Pyrolysis Configuration)“ (ที่ไม่เคยมีใครสร้างมาก่อน) 1️⃣ นิยามเชิงเทคนิคของ ULOP. (Under-Lit Open Pyrolysis Configuration) 🌀“เตาตายักษ์” มีระบบเผาถ่านแบบ: • 🔻 จุดไฟจากก้นเตา (Under-Lit) • 🔺 เปลวไฟลุกจากล่างขึ้นบน • 🌀 เตาเปิด (Open System) • 🔥 เกิดเขต Pyrolysis ภายในระหว่างการเผา 🔴 ต่างจาก TLUD (Top-Lit Updraft) (เตาเผาถ่านแบบดั้งเดิม) อย่างชัดเจน 2️⃣ กลไกการทำงานของ ULOP. (Under-Lit Open Pyrolysis Configuration) (เชิงวิศวกรรม) โครงสร้างการเกิด 4 โซนหลักในเตา เมื่อจุดไฟจากก้นเตา จะเกิด “แนวปฏิกิริยาเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน” 🔴 Zone 1 : Combustion Zone (ฐานเตา) • อยู่ล่างสุด • มีออกซิเจนมาก • อุณหภูมิ 700–900°C • สร้างพลังงานความร้อนหลัก 🟠 Zone 2 : Active Pyrolysis Zone • อยู่เหนือเปลวไฟ • ออกซิเจนลดลงมาก • ไม้ฟืนเริ่มสลายตัว • ปล่อย Volatile gases • อุณหภูมิ 450–650°C 🔥 นี่คือ “หัวใจของ ULOP. Configuration (Under-Lit Open Pyrolysis) ⚫ Zone 3 : Char Layer (Oxygen Barrier) • ชั้นถ่านที่เกิดแล้ว • ทำหน้าที่เป็น • ตัวกรองออกซิเจน • ฉนวนความร้อน • โครงสร้างพรุนสะสมพลังงาน ชั้นนี้ทำให้กระบวนการกลายเป็น Pyrolysis มากกว่าการเผาไหม้ ⚪ Zone 4 : Raw Biomass Zone • ชั้นไม้ที่ยังไม่ถูกเผา • ถูกอุ่นด้วยรังสีสะท้อนจากผนังเตา • เตรียมเข้าสู่ Pyrolysis 3️⃣ สิ่งที่ทำให้ ULOP. Configuration (Under-Lit Open Pyrolysis) “ไม่เหมือนระบบใด ๆ ที่เคยมีมาในอดีต” ====>>ดูตารางเปรียบเทียบประกอบ <<==== เตาเผาถ่านแบบ ULOP. Configuration (Under-Lit Open Pyrolysis) เป็นระบบ “Reaction Front Upward Migration” 4️⃣ การเกิด Pyrolysis ขณะกำลังเผา จุดสำคัญของ ULOP. Configuration (Under-Lit Open Pyrolysis) คือ…ขณะกำลังเกิดเปลวไฟในเตา ⚫ ภายในเตาจะมีเขต Pyrolysis เกิดพร้อมกัน เพราะ: 1. เปลวไฟล่างใช้ O₂ ไปหมด 2. ชั้นถ่านดูดซับและลดการผ่านของ O₂ 3. ชั้นบนจึงอยู่ในสภาพกึ่งไร้ออกซิเจน นี่คือกลไก “Open System แต่เกิด Pyrolysis ภายใน” 5️⃣ โมเดลคำนวณ Fixed Carbon 85% (ULOP) จากข้อมูลวรรณกรรม Biomass Pyrolysis : ความสัมพันธ์โดยประมาณ: Fixed Carbon (%) ≈ 40 + 0.06T (ช่วง 400–700°C) และเริ่มอิ่มตัวเมื่อเกิน 750°C ถ้าต้องการ Fixed Carbon 85% แทนค่า: 85 ≈ 40 + 0.06T T ≈ 750°C ดังนั้น: 🎯 อุณหภูมิแกน Pyrolysis ต้อง ≥ 750–800°C และคงอยู่ช่วงหนึ่ง (Residence Time 15–25 นาที) 6️⃣ ศักยภาพของ ULOP. Configuration (Under-Lit Open Pyrolysis) ในเชิงวัสดุศาสตร์ ถ้าเตาสแตนเลสทรงกรวย: • ผนังสะท้อนรังสีสูง • Draft แรง • Peak Temp 800–900°C จะสามารถได้ :- • Fixed Carbon 82–88% • Volatile Matter ต่ำกว่า 15% • Porosity สูง • Micro-pore เพิ่มขึ้น 7️⃣ จุดแข็งทางทฤษฎีของ ULOP. Configuration (Under-Lit Open Pyrolysis) ✔ Open system แต่เกิด Internal Pyrolysis ✔ ใช้ชั้นถ่านเป็น Oxygen Regulator ✔ ใช้รูปทรงกรวยสร้าง Heat Feedback ✔ ไม่ต้องมีปล่องควบคุมซับซ้อน 8️⃣ ข้อเสนอเชิงวิจัย ถ้าจะประกาศ อย่างเป็นระบบ ควรเก็บข้อมูล: • Peak temperature profile (Thermocouple 3 ระดับ) • Fixed Carbon (ASTM D1762-84) • Volatile Matter • Ash content • BET Surface Area 🔬 บทสรุปเชิงวิทยาศาสตร์ ULOP. Configuration คือ “Open Conical Reactor with Upward Reaction Front and Internal Pyrolysis Zone” เป็นการผสมผสาน Combustion + Pyrolysis + Self-Oxygen Regulation วิเคราะห์กระบวนการเผาถ่าน :- เตาทรงกรวย “เตาตายักษ์” ระบบ ULOP. Configuration (Under-Lit Open Pyrolysis) 1️⃣ นิยามระบบเตาตายักษ์ ( ULOP. Configuration)… ULOP. Configuration (Under-Lit Open Pyrolysis) เป็นระบบเผาถ่านแบบ: • 🔻 จุดไฟจากก้นเตา (Under-Lit) • 🔺 ปฏิกิริยาเคลื่อนจากล่างขึ้นบน (Upward Reaction Front) • 🌀 เตาเปิด 100% (Open Base) • ⚫ เกิดเขต Pyrolysis ภายในระหว่างการเผา แตกต่างจาก TLUD อย่างชัดเจน เพราะ:. ====>>ดูตารางเปรียบเทียบประกอบ <<==== 2️⃣ กลไกการเกิดโซนปฏิกิริยาในเตา ULOP เมื่อจุดไฟที่ฐานเตา จะเกิด 4 โซนหลัก: 🔴 Zone 1: Combustion Zone (ฐานเตา) • มีออกซิเจนสูง • อุณหภูมิ 700–900°C • สร้างพลังงานหลัก 🟠 Zone 2: Active Pyrolysis Zone • อยู่เหนือเปลวไฟ • ออกซิเจนลดลงมาก • ไม้เริ่มสลายตัว • ปล่อย volatile gases • 450–700°C 🔥 เป็นหัวใจของระบบ ULOP. Configuration (Under-Lit Open Pyrolysis) ⚫ Zone 3: Char Layer = Oxygen Barrier • ชั้นถ่านที่เกิดแล้ว • ทำหน้าที่: • ลดการผ่านของ O₂ • เป็นฉนวน • สะสมความร้อน นี่คือกลไก Self-Oxygen Regulation ⚪ Zone 4: Raw Biomass Zone • ชั้นไม้ที่ยังไม่ไหม้ • ถูกอุ่นด้วยรังสีสะท้อนจากผนังเตา • เตรียมเข้าสู่ Pyrolysis 3️⃣ เปรียบเทียบเตาหลุมดิน vs เตาโลหะสแตนเลส (ULOP) 🔄 การไหลเวียนอากาศ ====>>ดูตารางเปรียบเทียบประกอบ <<==== 4️⃣ โมเดลคำนวณ Fixed Carbon 85% จากข้อมูล Biomass Pyrolysis: ในช่วง 400–700°C Fixed Carbon (%) ≈ 40 + 0.06T ต้องการ 85%: 85 ≈ 40 + 0.06T T ≈ 750°C *** ≈ คือสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ที่หมายถึง "ประมาณเท่ากับ" (is approximately equal to) หรือ "เกือบเท่ากับ" ใช้เพื่อระบุว่าค่าสองค่ามีค่าใกล้เคียงกันมาก แต่ไม่ได้เท่ากันอย่างถูกต้องแม่นยำ มักใช้ในการปัดเศษตัวเลข หรือผลลัพธ์จากการคำนวณที่ต้องมีการประมาณค่า ดังนั้น:- 🎯 ต้องมีอุณหภูมิแกนกลาง ≥ 750–800°C และรักษาเวลาอย่างน้อย 15–25 นาที ====>>ดูตารางเปรียบเทียบประกอบ <<==== เมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 800°C ••Volatile Matter ลดลงชัดเจน • Carbon structure จัดเรียงแน่นขึ้น ⚫ เปรียเทียบเตาตายักษ์ กับ เตาทรงกรวย “หลุมดิน”⚫ 6️⃣ คุณภาพถ่าน (Char Quality) ⚫ เตาทรงกรวย “หลุมดิน” • โครงสร้างเสถียร • Overburn ต่ำ • เหมาะ Biochar ชุมชน 🔴 เตาตายักษ์ เตาทรงกรวย วัสดุ “สแตนเลส” • Micropore สูงกว่า • Surface area สูง • เหมาะถ่านกรอง / ถ่านพลังงานสูง 7️⃣ จุดเด่นเชิงทฤษฎีของ ULOP. Configuration (Under-Lit Open Pyrolysis) ✔ Open system แต่เกิด Internal Pyrolysis ✔ ใช้ชั้นถ่านเป็นตัวควบคุม O₂ ตามธรรมชาติ ✔ รูปทรงกรวยสร้าง Heat Recirculation ✔ ไม่ต้องระบบปิดซับซ้อน ULOP. Configuration (Under-Lit Open Pyrolysis) คือ…“Open Conical Reactor with Upward Reaction Front and Self-Oxygen Regulation” ====>>ดูตารางเปรียบเทียบประกอบ <<==== 🔬 บทสรุปสุดท้าย เตาตายักษ์ระบบ ULOP. Configuration (Under-Lit Open Pyrolysis) เป็นระบบเผาถ่านแบบเปิด ที่สามารถสร้างเขต Pyrolysis ภายในได้จริง ด้วยกลไก: • Combustion ล่าง • Reaction Front เคลื่อนขึ้น • Char Layer เป็น Oxygen Barrier • ผนังกรวยสะท้อนพลังงานกลับ นี่คือจุดที่ทำให้ระบบนี้แตกต่างจากเตาเปิดทั่วไป 📑🪧🎤🏫🔥🌱🌏 📘📗📙🌍🔥🌱 📘📗📙 การศึกษาเพื่อบัญญัติ คำนิยามและเชื่อเรียกแบบ ”เตาตายักษ์“📙📗📘 🏫 การเรียก “เตาตายักษ์” ว่าเป็นเตาแบบ ULOP System (Under-Lit Open Pyrolysis System) ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ และ เป็นไปตามแบบสากลหรือเปล่าครับ 📑 คำตอบสั้น ๆ • ✅ อธิบายเชิงกลไกได้ถูกต้อง ว่าเป็น Under-Lit Open Pyrolysis • ❗ แต่คำว่า ULOP System ยังไม่ใช่คำมาตรฐานสากลที่มีใช้อยู่แล้วในวรรณกรรมวิชาการ 🎤กล่าวคือ…หลักการ “จุดไฟจากก้นเตา + เตาเปิด + เกิดเขตไพโรไลซิสภายใน” นั้นสอดคล้องวิทยาศาสตร์ แต่ชื่อ ULOP System เป็นคำที่ “บัญญัติใหม่” ไม่ใช่คำที่มีนิยามในมาตรฐานสากลอยู่ก่อน วิเคราะห์ตามหลักวิทยาศาสตร์ 1️⃣ คำว่า “Under-Lit” ในเชิงเทคนิค แปลว่า…“จุดกำเนิดปฏิกิริยาอยู่ด้านล่าง และ reaction front เคลื่อนจากล่างขึ้นบน” สิ่งนี้ ถูกต้องตามหลักการเผาไหม้ (combustion front propagation) มีเรียกในวรรณกรรมว่า: • Upward moving reaction front • Bottom-ignited combustion • Forward smoldering propagation ดังนั้น “Under-Lit” ใช้ได้เชิงอธิบาย 2️⃣ คำว่า “Open Pyrolysis” ในวิทยาศาสตร์ Pyrolysis หมายถึง… “การสลายตัวทางความร้อนในสภาพไร้ออกซิเจนหรือออกซิเจนจำกัด” ระบบของเตาตายักษ์: • ไม่ได้ปิดสนิท (ไม่ใช่ retort) • แต่เกิดเขต O₂ จำกัดจากชั้นถ่าน (oxygen barrier) • จึงเกิด internal pyrolysis zone จริง ในวรรณกรรมลักษณะนี้เรียกว่า: • Open-top flame curtain kiln • Conical open pyrolysis kiln • Flame cap kiln • Air-limited carbonization ดังนั้นคำว่า “Open Pyrolysis” อธิบายได้ แต่ไม่ใช่คำที่เป็นหมวดมาตรฐานสากล ====>>ดูตารางเปรียบเทียบประกอบ <<==== ถ้าจะให้ “ถูกต้องตามหลักสากลมากที่สุด”ควรเขียนแบบนี้: …“The Giant Conical Kiln operates as an Under-Lit Open Pyrolysis (ULOP) configuration, characterized by an upward migrating reaction front and a self-formed oxygen-limiting char layer.“ แบบนี้ถือว่า: • ไม่อ้างว่าเป็นระบบที่มีอยู่แล้ว • แต่เสนอเป็น “configuration” หรือ “operating mode” นักวิชาการจะยอมรับมากกว่า คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ • ระดับชุมชน เรียกว่า … “เตาตายักษ์ ระบบ ULOP System” ได้เลย ไม่มีปัญหา • ระดับวิชาการนานาชาติ ควรใช้รูปแบบ:… “A community-scale conical kiln operating under an under-lit open pyrolysis mode (ULOP).” และอธิบายกลไกให้ชัด สรุปตรงไปตรงมา ✔ กลไกของเตาตายักษ์ “ไม่ขัดวิทยาศาสตร์” ✔ แนวคิดสอดคล้อง combustion + pyrolysis theory ❗ แต่ชื่อ ULOP เป็นคำใหม่ ยังไม่ใช่ศัพท์สากล ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหายเลย เพราะหลายระบบในโลกก็เริ่มจากคำบัญญัติของผู้พัฒนา TLUD. เองก็เคยเป็นคำใหม่มาก่อน 🏫 คำที่เหมาะสมที่สุดคือ… “Under-Lit Open Pyrolysis (ULOP) configuration,” 📑 Under-Lit Open Pyrolysis (ULOP) configuration ถือว่า เหมาะสมและรัดกุมทางวิชาการที่สุด ในบริบทตอนนี้ครับ ✅ ผมอธิบายให้ชัดเจนตามมาตรฐานวิชาการสากล: ทำไมคำนี้จึง “เหมาะสมที่สุด” 1️⃣ ใช้คำว่า “configuration” แทน “system” คำว่า system ในงานวิจัยมักหมายถึง • ระบบที่มีการนิยามมาตรฐานชัด • มีการอ้างอิงในวรรณกรรมอยู่แล้ว แต่คำว่า configuration หมายถึง • รูปแบบการจัดวาง • โหมดการทำงาน • ลักษณะการจัดโครงสร้างปฏิกิริยา จึงปลอดภัยและถูกต้องกว่าในเชิงวิชาการ 2️⃣ โครงสร้างคำสอดคล้องกับกลไกจริง • Under-Lit → จุดกำเนิดปฏิกิริยาที่ฐานเตา • Open → ระบบไม่ปิดสนิท • Pyrolysis → เกิดเขตสลายตัวแบบ O₂ จำกัด • Configuration → รูปแบบการจัดการเผาไหม่ ทุกคำมีฐานทางฟิสิกส์รองรับ รูปแบบการใช้ที่แนะนำในบทความวิจัย นิยามครั้งแรก …”The giant conical kiln operates under an Under-Lit Open Pyrolysis (ULOP) configuration, characterized by a bottom-ignited upward reaction front and a self-generated oxygen-limiting char layer.“ หลังจากนั้นสามารถเรียกสั้น ๆ ว่า…the ULOP configuration ได้เลย ความปลอดภัยทางวิชาการ คำนี้: ✔ ไม่ขัดกับ combustion theory ✔ ไม่ขัดกับ pyrolysis definition ✔ ไม่อ้างว่าเป็นมาตรฐานที่มีอยู่แล้ว ✔ เปิดทางให้เป็น “คำบัญญัติใหม่” อย่างสุภาพ ได้จ้อสรุป : การศึกษาเพื่อบัญญัติ คำนิยามและเชื่อเรียกแบบ ”เตาตายักษ์“ 🏫 เตาตายักษ์เป็นเตาแบบ “ULOP (Under-Lit Open Pyrolysis Configuration)“ 📑🪧🎤🏫🔥🌱🌏 📘📗📙🌍🔥🌱 📑🪧🎤🏫🔥🌱🌏 🔥🌱 🌏 ทั้งภาพและเรื่องราวที่บันทึกมาทั้งหมดข้างต้น เฒ่าเผาถ่านได้ใช้ AI ช่วยสร้าง สรุปข้อมูล และ เนื้อหา ครับ 🌏🌱🔥 📘📗📙🌍🔥🌱 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/abcjournal/article/view/284454/182539

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

พระสมเด็จถ่านดิน

ธรรมจัดสรร น้องชาย ลือชา เลิศล้ำ และ วีระ เลิศล้ำ (บวชพระ) ถามหาว่ายังมีอยู่หรือเปล่า จะนำไปมอบให้ผู้ร่วมสร้างพระอุโบสถ จึงคิดได้ว่าเคยสร้างและนำไปถวายให้พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ถือศีลบริสุทธิ์ เคร่งในพระธรรมวินัย แสวงหาโมกขธรรมมานานกว่า ๔๐ พรรษา ที่เฒ่าเผาถ่านเคารพนับถือ เพื่อให้ท่านสวดสรรเสริญพุทธคุณ เจริญภาวณา ด้วยเมตตาจิตที่มีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย วันนี้ธรรมจัดสรรให้ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อพุทธศาสนา สนองตอบจิตศรัทธาของสาธุชนที่ร่วมอนุโทนาสร้างพระอุโบสถ จึงตอบน้องชายไปว่า “ถ้ามีบุญวาสนาได้ทำบุญสร้างกุศลร่วมกัน ก็คงยังมีเหลือ” จะจัดการอย่างไรก็ตามก็ตามต่อไปก็ตามแต่ตะเห็นสมควร พระพิมพ์ : พระสมเด็จ เนื้อ : ถ่านดิน สร้างขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 เป็นผลงานที่เกิดจากการเผาดินเหนียวให้กลายเป็นถ่าน จากภูมิปัญญเฒ่าเผาถ่าน คุณสมบัติพิเศษ :- - เป็นตัวนำไฟฟ้า - ขัดด้วยแปรงทองเหลืองจะกลายเป็นสีทอง - มีไว้เพื่อเป็นมิ่งขวัญกำลังใจ ยามที่พบกับทุกขเวทนาจนหาทางออกไม่ได้ เฒ่าเผาถ่าน พิท้กษ์โลก ปล. โมกขธรรม คือธรรมเป็นเครื่องหลุดพ้น ธรรมเป็นเหตุให้พ้น ธรรมที่นำสัตวโลกให้พ้นจากกิเลสและกองทุกข์ทั้งมวล ในความหมายสูงสุดคือพระนิพพาน เพราะพระนิพพานเป็นความดับกิเลสและกองทุกข์ได้ทั้งหมดทั้งสิ้น

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2567

มะแขว่น (Ma-khwaen)

มะแขว่น (Ma-khwaen) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zanthoxylum limonella (Dennst.) Alston. วงศ์ : Rutaceae ชื่ออื่น ๆ : ลูกระมาศ, หมากมาศ , กำจัดต้น , พริกหอม , มะแขว่ม, หมักข่วง , บักแข่น ฯลฯ ลักษณะ : ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 12-20 เมตร เปลือกสีขาว มีหนามแหลมรูปกรวยปลายตรงหรือโค้งเล็กน้อย ขึ้นตามลำต้น กิ่ง และก้านใบ ผล รุปร่างกลมผลอ่อนสีเขียวเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-0.7 เซนติเมตร รสเผ็ดซ่ามาก เมื่อแก่เปลือกเป็นสีน้ำตาล และแตกอ้าเห็นเมล็ดสีดำเป็นมัน แหล่งที่พบขึ้นตามป่าดิบ : ในเขตภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ประโยชน์ทางสมุนไพร : ตำรายาไทยใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ด้านอื่น ๆ : ใช้ใบเป็นอาหาร ผลแก่และเมล็ด ใช้เป็นเครื่องเทศผสมเครื่องแกงของอาหารพื้นเมืองภาคเหนือ ข้อมูลทั่วไป : มะแขว่น (Ma-khwaen) ชื่อวิทยาศาสตร์ Zanthoxylum limonella (Dennst.) Alston. เป็นไม้ยืนต้นใน วงศ์ Rutaceae มีการใช้เป็นยาแผนโบราณ โดยนำผลและเมล็ดมาทำเป็นเครื่องเทศ นอกจากนี้ยังมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการลดความเครียดของกล้ามเนื้อและสารเมตาบอไลต์บางชนิดมีฤทธิ์ต้านเซลล์ ต้านแบคทีเรีย ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อรา และระงับความรู้สึก ลิโมนีน (Limonene) เป็นสารประกอบหลักชนิดหนึ่งในมะแขว่น ซึ่งเป็นโมโนเทอร์ปีน (Monoterpene) ที่มีกลิ่นเหมือนส้มและมะกรูดมักใช้กับผลิตภัณฑ์อาหารและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เฒ่าเผาถ่าน พิท้กษ์โลก ๙ สิงหาคม ๒๕๖๗ https://youtu.be/akN5v_517nw?si=W-FsSq07NWgBE9C3

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567

เคล็ดลับการเผาถ่าน…!!!

เคล็ดลับการเผาถ่าน…!!! ” ภูมิปัญญาที่เฒ่าเผาถ่านได้มาจากการหมกมุ่นและเป็นผีบ้าอยู่กับเตาเผาถ่านมานานกว่าสองทศวรรษ “ การเผาถ่านเป็นภูมิปัญญา จึงต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเคล็ดลับของวิชาการเผาถ่านที่มากพอ ( รู้จริง รู้ลึก เข้าถึง เข้าใจ ทำได้ด้วยตนเอง ) เมื่อสร้างเตาได้ประสิทธิภาพตามที่ต้องการแล้ว ต่อไปก็ต้องรู้ขั้นตอนการเผาถ่าน เพื่อให้ได้ถ่านดี มีคุณภาพ โดย …………เริ่มจากการจัดหาไม้ที่จะนำมาเผาถ่าน ( ต้องไม่ใช่การตัดไม้ทำลายป่า ) เมื่อได้ไม้มาแล้ว ต้องนำมาตากแดดประมาณ ๑๕ - ๓๐ วัน ให้แห้ง (ไม้สดก็ไม่ดี ไม้แห้งมาดก็ไม่ดี ) เมื่อไม้แห้งได้ที่แล้ว นำไปเข้าเตา โดยการเรียงไม้ในเตาในแนวตั้ง เริ่มกระบวนการทำไม้ให้เป็นถ่าน ( เผาหรืออบ ) ขั้นตอนที่ ๑ การทำให้แห้ง ( รมควัน ) การอบแห้ง  จุดไฟที่ทางเข้าเตา เผาฟืนเพื่อส่งความร้อนให้ความอบอุ่นภายในเตา โดยปกติ การทำไม้ให้เป็นถ่าน ( เผาหรืออบ ) จะเริ่มในเวลาประมาณ ๑ ถึง ๒ ชั่วโมง หากความร้อนเพิ่มขึ้น แต่กระบวนการจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ในการทำให้แห้งและรมควันอย่างช้าๆ ค่อย ๆ เพิ่มอุณหภูมิจากประมาณ 30 °C (ที่ปลายปล่องควัน ) และค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิเป็น 80 °C เมื่อการทำไม้ให้เป็นถ่าน ( เผาหรืออบ ) เริ่มขึ้น  มีวิธีปิดหน้าตอนกลางคืนและไม่เผาฟืนในกรณีไม่สามารถอยู่เฝ้าดูเตาเผาถ่านได้ แต่เนื่องจากเราต้องการกำจัดความผันผวนของอุณหภูมิ เราจึงใส่ฟืนทุกๆ ครึ่ง ถึง ๑ ชั่วโมงในระหว่างวัน และทุกๆ ๓ ถึง ๔ ชั่วโมง ในเวลากลางคืนเพื่อลดอุณหภูมิลง ระวังอย่าให้อุณหภูมิสูงเกินไปอีก  การอบแห้งเป็นเวลานานจะมีโอกาสเกิดรอยแตกร้าวน้อยลง ทำให้เกิดถ่านไม้คุณภาพสูงที่คงรูป เป็นแท่งสวยงาม ขั้นตอนที่ ๒ การทำไม้ให้เป็นถ่าน ( เผาหรืออบ ) [炭化]  เมื่ออุณหภูมิของปล่องไฟถึงประมาณ 80 °C กลิ่นเปรี้ยวและฉุนจะถูกปล่อยออกมาจากควัน นี่คือสัญญาณว่าจุดเริ่มต้นของการทำ ไม้ให้เป็นถ่าน ( เผาหรืออบ ) เริ่มต้นขึ้น  ปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่า Pyrolysis (ไพโรไลซิส) ทำให้เกิดจุดเริ่มต้นของการทำให้ไม้เป็นถ่าน และความร้อนจะเกิดขึ้นในขณะนั้น (การทำให้ไม้เป็นถ่านตามธรรมชาติ) ดังนั้นการใส่ฟืนที่หน้าเตาจึงหยุดลงและการเปิดหน้าเตาเผาจะค่อย ๆ แคบลง ( การหรี่หน้าเตา )  นี่เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญในการเผาหรืออบถ่าน เพื่อให้แน่ใจว่าอุณหภูมิจะสูงขึ้นอย่างช้า ๆ การทำให้ไม้เป็นถ่านควรเกิดขึ้นทีละน้อยโดยไม่ทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป  หากคุณหยุดการใส่ฟืนหน้าเตาเร็วเกินไป อุณหภูมิจะลดลงและการเกิดถ่านจะไม่เริ่มขึ้น นอกจากนี้ หากช้าเกินไป อุณหภูมิก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (การทำให้ไม้เป็นถ่านอย่างรวดเร็ว) เนื่องจากความร้อนของกระบวนการเผาหรืออบถ่าน ที่เกิดขึ้นเอง ซึ่งจะส่งผลอย่างมากต่อคุณภาพของถ่านและสารละลายในน้ำส้มควันไม้จากไม้  การทำให้ไม้เป็นถ่านอย่างรวดเร็วส่งผลเสียต่อน้ำส้มควันไม้จากไม้เป็นพิเศษ ส่วนประกอบของไม้สามารถแบ่งกว้างๆ ได้เป็น ๓ ประเภท ได้แก่ ๑. เซลลูโลส ๒. เซมิเซลลูโลส และ ๓. ลิกนิน ที่จุดเริ่มต้นของการทำให้เป็นถ่าน เซลลูโลสเริ่มสลายตัว (ทำให้เป็นถ่าน) เนื่องจากความร้อน ตามมาด้วยเซมิเซลลูโลส และสุดท้ายลิกนิน น้ำมันดินที่เป็นอันตรายมีอยู่ในลิกนิน ดังนั้นจึงห้ามเก็บน้ำส้มควันไม้ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 150 °C (ที่ปลายปล่องควัน) ซึ่งเป็นช่วงที่ลิกนินจำนวนมากเริ่มสลายตัว อย่างไรก็ตาม หากเกิดการทำไม้ให้เป็นถ่าน ( เผาหรืออบ ) อย่างรวดเร็ว ลิกนินจำนวนมากจะสลายตัวตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ส่งผลให้น้ำส้มควันไม้มีสีเข้ม ซึ่งมีน้ำมันดินจำนวนมาก จึงทำให้น้ำส้มควันไม้มีสีดำได้  สีของน้ำส้มควันไม้ที่ได้จากการทำไม้ให้เป็นถ่าน ( เผาหรืออบ ) อย่างช้าๆ จะเป็นสีเหลืองอำพันที่สวยงาม แทนที่จะเป็นสีดำเหมือนน้ำส้มควันไม้ทั่ว ๆ ไป  เมื่อการทำไม้ให้เป็นถ่าน ( เผาหรืออบ ) เริ่มต้นขึ้น ช่องหน้าเตาเผาและปล่องควันจะถูกหรี่ให้แคบลงจนถึงจุดที่อุณหภูมิกำลังจะลดลง และกระบวนการทำไม้ให้เป็นถ่าน ( เผาหรืออบ ) จะดำเนินการอย่างช้าๆ  เตาเผาถ่านที่มีเพดานต่ำ ระยะห่างจากเพดานจะเท่ากันทุกจุดในเตาเผา และไม้จะถูกทำให้เป็นถ่านพร้อม ๆ กัน (หากมีระยะห่างจากเพดานจะทำให้อุณหภูมิในบริเวณนั้นสูงขึ้นได้ยาก กระบวนการทำไม้ให้เป็นถ่าน ( เผาหรืออบ ) จะเกิดขึ้นได้ช้า ) แม้ว่าการหรี่น้าเตาเผาจะถูกทำให้แคบลงในช่วงแรกของการทำให้เป็นถ่าน อุณหภูมิจะไม่ลดลง และสามารถรักษาความเป็นถ่านที่อุณหภูมิต่ำได้เป็นระยะเวลานาน ซึ่งจะช่วยลดการสลายตัวของลิกนินและช่วยให้การเก็บน้ำส้มควันไม้ที่มีความบริสุทธิ์สูง ขั้นตอนที่ ๓. การการเก็บน้ำส้มควันไม้  ของเหลวที่เป็นน้ำส้มควันไม้ไม้จะถูกรวบรวมที่อุณหภูมิ ๘๐ °C ถึง ๑๒๐ °C (ที่ปลายปล่องควัน ) เมื่อไม้ภายในเตมเริ่มต้นกลายเป็นถ่าน  โดยปกติอุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง ๘๐ °C ถึง ๑๒๐ °C แต่เตาแบบวงบ่อซีเมนต์จะเลือกอุณหภูมิให้เหมาะสมอย่างระมัดระวังเพื่อผลิตน้ำส้มควันไม้ที่มีคุณภาพสูงขึ้น  สาเหตุหนึ่งก็คือวิธีการเผาเตาเผาแบบวงบ่อซีเมนต์ จะรักษาอุณหภูมิต่ำไว้เป็นเวลานาน ดังนั้นปริมาณน้ำส้มควันไม้ไม้ที่สามารถเก็บได้ที่อุณหภูมิ ๑๒๐ °C ถึง ๑๕๐ °C  นอกจากนี้ยังใช้สแตนเลสคุณภาพสูงที่ปลอดภัย สำหรับปล่องควันที่ช่วยระบายความร้อนให้กับควัน และเรายังมีระบบกันฝนเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนเข้ามาในกรณีที่ไม่น่าจะเกิดช่องว่างที่ข้อต่อใด ๆ ขั้นตอนที่ ๔ การกำจัดสิ่งสกปรกที่อยู่ในเนื้อถ่าน ขั้นตอนนี้ญี่ปุ่นเรียกว่า “ เซเรน '' หรือ ” เนราชิ “ 「精煉(せいれん)」または「ねらし」  เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนปิดเตา ปากเตาเผาและปล่องควันจะค่อย ๆ เปิดออกเพื่อให้อากาศเข้ามาได้มากขึ้น และเพิ่มอุณหภูมิของเตาเผาเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่อยู่ในเนื้อถ่าน  นี่เป็นกระบวนการเผาน้ำมันดินที่เหลือเพื่อผลิตถ่านที่ไม่ปล่อยควันเมื่อนำไปใช้ หรือเพื่อให้ได้ถ่านแข็ง สะอาด บริสุทธิ์  ถ่านภายในเตาจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสด ในตอนแรกก็จะมีเปลวไฟริบหรี่ แต่ทำต่อไปจนกว่าเปลวไฟจะหมดไป อุณหภูมิปล่องควันเพิ่มขึ้นเป็น ๔๐๐ - ๔๕๐ °C (อุณหภูมิภายในเตาเผาคือ ๘๐๐ -๑๐๐๐ °C หรือสูงกว่า) ใช้เวลา ๖ ถึง ๙ ชั่วโมง  ยิ่งเพิ่มอุณหภูมิเตาเผาให้สูง ถ่านใกล้ทางเข้าเตาก็จะไหม้มากขึ้น และผลผลิตก็ลดลง (แม้จะดูเป็นผู้เชี่ยวชาญก็เผาก๊าซในเตาเผาด้วย ดังนั้นการลดลงของถ่านจึงลดลง) จะได้ถ่านน้อยลง...) แต่จะผลิตถ่านแข็งที่นำไฟฟ้าได้ดีแทน  “ คุณควรเลือกผลผลิตหรือคุณภาพ ? '' การกำจัดสิ่งสกปรกที่อยู่ในเนื้อถ่านเป็นปัญหาสำหรับผู้ผลิตถ่านมานานแล้ว ขั้นตอนที่ ๕ การทดสอบ [ เพื่อเป็นแนวทางในการเริ่มต้นการทดสอบ ให้เตรียมไม้ขีดไฟไว้และดูว่าจะใช้เวลากี่วินาทีในการเผา ]  ถ่านไม้ที่แข็งและแกร่ง ซึ่งทำให้เกิดเสียงโลหะเมื่อถูกกระแทกและให้ความรู้สึกหนัก ไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการเพิ่มอุณหภูมิ แต่โดยการค่อย ๆ ทำให้เกิดถ่านตั้งแต่เริ่มต้นการเผาหรืออบถ่าน  การปรับแต่งหน้าเตาและปล่องควัน เป็นความชำนาญขั้นสูงสุดของคนเผาถ่าน เป็นช่วงเวลาแห่งความสงบและความใจเย็น เฉกเช่นพระจันทร์เต็มดวง เฒ่าเผาถ่าน พิท้กษ์โลก ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๗ ปล. Pyrolysis (ไพโรไลซิส) เป็นกระบวนการที่ใช้ความร้อนเพื่อทำให้สารมีการสลายออกเป็นสารอื่นๆ โดยไม่ใช้ออกซิเจน

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

หมอนถ่านไม้ไผ่ บันตัน 1



หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่ 

ขนาด 19” x 29” 

บรรจุถ่านไม้ไผ่ 2.5 กก.

คุณสมบัติถ่านไม้ไผ่คุณภาพสูง 

▶️ ดูดซับกลิ่นและก๊าซพิษ

▶️ ต่อต้านและป้องกันเชื้อแบคทีเรีย

▶️ ป้องกันไรฝุ่น

▶️ ช่วยขจัดความชื้น / เหงื่อ ระหว่างการนอน

▶️ ปล่อยรังสีฟาร์อินฟราเรด ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต

▶️ ปล่อยประจุลบ ช่วยให้สดขื่น แจ่มใส และปรับปรุงดูแลสุขภาพ

▶️ ดูดซับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ

▶️ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นระหว่างการนอน

▶️ ปรับปรุงการนอนหลับโดยการควบคุมและเจือจางคลื่น Alpha and Beta ( regulating and attenuating Alpha and Beta )

✳️✳️❇️ หมอนถ่านไม้ไผ่ บันตัน มีคุณสมบัติ :-

✅ ปรับปรุงการนอนหลับให้หลับสนิท หลับลึก

✅ แก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับ

✅ แก้ปัญหาอาการปวดคอและไหล่

✅ แก้ปัญหาอาการปวดหัวไมเกรน

✅ แก้ปัญหาอาการมึนงงยามตื่นนอน

✅ แก้ปัญหาอาการความเหนื่อยล้า

✅ ช่วยให้นอนหลับสบายตลอดการใช้งาน


เฒ่าเผาถ่าน


วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562

ไข่ดำ ถ่านไม้ไผ่ บันตัน

ความลับของ "ไข่ดำ"

เปลือกไข่ไก่ : เต็มไปด้วยรูพรุน (Porous) ขนาดเล็กจำนวนมากที่ก่อตัวเป็นอุโมงค์ระหว่างผลึก อุโมงค์เหล่านี้ช่วยในการแลกเปลี่ยนก๊าซระหว่างด้านในของไข่และภายนอก

เปลือกไข่ไก่ เมื่อถูกเคลือบด้วยถ่านไม้ไผ่ บันตัน แล้วนั้น แร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีในถ่านไม้ไผ่ บันตัน จะถูกกระตุ้นด้วยคลื่น Negative ions และ Far infrared ที่ปล่อยออกมาจากตัวถ่านไม้ไผ่ แร่ธาตุต่าง ๆจึงซึมผ่านรูพรุนขนาดเล็กของเปลือกไข่ชั้นนอก ผ่านเยื่อชั้นใน เข้าไปซึมซับในไข่ขาวและไข่แดง จึงส่งผลให้ "ไข่ดำ" มีรสชาติและมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน ต่างจากไข่ต้มธรรมดาทั่วๆไป

ไข่ดำเฒ่าเผาถ่าน หนึ่งเดียวในประเทศไทย

ใช้เป็นอาหารเสริม รับประทานเพื่อสุขภาพ มีคุณค่าทางโภชนาการโดยไม่ใช้สารปรุงรส ไม่ใช้สารแต่งสี ไม่ใช้สารกันบูด

เฒ่าเผาถ่าน

20 กันยายน 2562

ไข่ดำ ถ่านไม้ไผ่ บันตัน


ความลับของ "ไข่ดำ"

เปลือกไข่ไก่ : เต็มไปด้วยรูพรุน (Porous) ขนาดเล็กจำนวนมากที่ก่อตัวเป็นอุโมงค์ระหว่างผลึก อุโมงค์เหล่านี้ช่วยในการแลกเปลี่ยนก๊าซระหว่างด้านในของไข่และภายนอก

เปลือกไข่ไก่ เมื่อถูกเคลือบด้วยถ่านไม้ไผ่ บันตัน แล้วนั้น แร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีในถ่านไม้ไผ่ บันตัน จะถูกกระตุ้นด้วยคลื่น Negative ions และ Far infrared ที่ปล่อยออกมาจากตัวถ่านไม้ไผ่ แร่ธาตุต่าง ๆจึงซึมผ่านรูพรุนขนาดเล็กของเปลือกไข่ชั้นนอก ผ่านเยื่อชั้นใน เข้าไปซึมซับในไข่ขาวและไข่แดง จึงส่งผลให้ "ไข่ดำ" มีรสชาติและมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน ต่างจากไข่ต้มธรรมดาทั่วๆไป

ไข่ดำเฒ่าเผาถ่าน หนึ่งเดียวในประเทศไทย

ใช้เป็นอาหารเสริม รับประทานเพื่อสุขภาพ มีคุณค่าทางโภชนาการโดยไม่ใช้สารปรุงรส ไม่ใช้สารแต่งสี ไม่ใช้สารกันบูด

เฒ่าเผาถ่าน

20 กันยายน 2562

วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ถ่านไม้ไผ่ 

( Bamboo Charcoal ) 

เมื่อกล่าวถึง ” ถ่าน ” หลายคนคงจะนึกถึงชิ้นไม้ดำๆ ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับหุงต้มอาหารในครัวเรือนเท่านั้น แต่จริงแล้วถ่านมีสมบัติพิเศษอีกอย่างหนึ่ง คือ สามารถดูดซับกลิ่นเหม็นอับไม่พึ่งประสงค์ต่างๆ ได้  ซึ่งจะเห็นจากการนำถ่านมาใส่ไว้ในตู้เย็น ทำให้ตู้เย็นไม่มีกลิ่นเหม็นคาว ใส่ไว้ในตู้เสื้อผ้า และตู้โชว์ เพื่อไม่ให้มีกลิ่นเหม็นอับ

สิ่งที่ทำให้ถ่านมีความสามารถในการดูดซับกลิ่นได้ โดยเฉพาะ  ถ่านไม้ไผ่ (Bamboo Charcoal) เนื่องจากโครงสร้างของ ถ่านไม้ไผ่ มีลักษณะเป็นรูพรุนเล็กๆ มากมาย  โดยกลิ่นเหม็นอับต่างๆ จะแพร่เข้ารูพรุนเหล่านี้ ทำให้เกิดการดูดซับกลิ่นเหล่านั้นไว้ตามผนังและในรูพรุน หากถ่านมีรูพรุนมากๆก็จะทำให้ดูดซับกลิ่นได้มากตามไปด้วย 

ประวัติความเป็นมา

ในประเทศไทย ได้มีการผลิตถ่านไม้ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงมาเป็นเวลานานมากแล้ว ซึ่งวิธีการผลิตถ่านไม้ที่ใช้กันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่หลายคนคงเคยพบเห็น ก็คือ การที่ชาวบ้านตัดต้นไม้ทั้งที่อยู่ในที่ของตนเองและในป่าไม้ธรรมชาติมาเผา โดยการนำท่อนไม้มาวางเรียงแล้วจุดไฟ จากนั้นจึงใช้ดินหรือแกลบกลบ ปล่อยให้ลุกไหม้แล้วนำถ่านออกมาดับด้วยน้ำ และมักจะย้ายที่ผลิตไปเรื่อย ๆ ตามแต่ว่าที่ไหนจะมีไม้ให้เผา เมื่อไม้หมดก็จะย้ายไปผลิตที่อื่นต่อ การผลิตถ่านไม้จึงถูกมองว่าเป็นการตัดไม้ทำลายป่าและสร้างมลพิษ เมื่อการผลิตถ่านไม้ถูกมองว่าเป็นการตัดไม้ทำลายป่า อีกทั้งกฎระเบียบต่าง ๆที่เกี่ยวกับป่าไม้ก็ไม่เอื้ออำนวยให้เกิดแรงจูงใจในการพัฒนาวิธีการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดังนั้นการศึกษาทำความเข้าใจ การวิจัยพัฒนาคุณภาพและผลผลิตของถ่านไม้ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้ จึงมีน้อยมาก

การผลิตถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพในประเทศไทย อาจกล่าวได้ว่าเป็นแบบก้าวกระโดด คือ แตกต่างจากการเผาถ่านที่คนไทยทั่วไปรู้จักเป็นอย่างมาก เนื่องจากการผลิตถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพนั้นเป็นการนำเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้สามารถเผาถ่านไม้ไผ่ในอุณหภูมิที่สูงกว่า 1,000 เซลเซียสได้

ผู้ผลิตถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ ( คนแรกของประเทศไทย ) คือ คุณกิตติ เลิศล้ำ ได้รับการถ่ายทอดทั้งเทคนิคในการทำเตาเผาและกรรมวิธีในการทำทั้งหมดจากเพื่อนชาวญี่ปุ่น ชื่อ Mr. Daisaku Nakago ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญเรื่องการทำถ่านไม้เป็นอย่างดี เนื่องจากครอบครัวของ Mr. Daisaku Nakago ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นประกอบอาชีพผลิตถ่านไม้ มาหลายชั่วอายุคน เมื่อทั้งสองได้เล็งเห็นว่าบ้านเกิดของคุณกิตติที่จังหวัดปราจีนบุรีนั้นมีการปลูกไม้ไผ่กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นวัตถุดิบในการผลิตถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพได้ คุณกิตติจึงตัดสินใจลงมือทำทันที เมื่อปี พ.ศ. 2542 ทั้งนี้ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อทำเป็นสินค้าส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น นอกจากคุณกิตติจะได้ฝึกฝนการเผาถ่านตามกรรมวิธีที่เพื่อนชาวญี่ปุ่นได้แนะนำจนเกิดความชำนาญและปรับปรุงพัฒนาเทคนิคกรรมวิธีการเผาจนสามารถทำถ่านไม้ไผ่ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่นได้แล้ว คุณกิตติยังได้ศึกษา ค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องถ่านไม้ไผ่ จนทราบว่าถ่านไม้ไผ่มีคุณสมบัติอย่างไร นำไปใช้ประโยชน์ด้านใดได้บ้าง และผลพลอยได้จากการทำถ่านไม้ไผ่ ที่เรียกว่า น้ำส้มควันไม้ไผ่ ( BAMBOO VINEGAR) นั้นมีคุณสมบัติและคุณประโยชน์อย่างไร จากตำราของเพื่อนชาวญี่ปุ่นและจากการค้นคว้าด้วยตัวเองทาง Interner บ้าง สื่ออื่น ๆ บ้าง ดังนั้นเมื่อคุณกิตติต้องประสบกับปัญหาด้านการส่งออก เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นได้มีการกำหนดโควต้าการนำเข้าถ่านไม้ไว้ในจำนวนที่จำกัด อีกทั้งข้อกำหนดทางกฎหมายในเรื่องถ่านไม้ในประเทศไทยก็ยังไม่เอื้ออำนวย คุณกิตติจึงมีความคิดที่จะทำตลาดในประเทศไทยแทน เพราะเห็นว่าถ่านไม้ไผ่ที่ทำได้นั้นมีคุณสมบัติและคุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพของผู้ใช้แตกต่างจากถ่านไม้ทั่ว ๆไปที่มีอยู่ในตลาด และสินค้าเพื่อสุขภาพที่ทำจากถ่านไม้ไผ่ในประเทศไทยก็ยังไม่มีในขณะนั้น ในช่วงนั้นเองทางรัฐบาลก็ได้มีโครงการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ( OTOP CHAMPION ) และได้เปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดย่อม ( SME) เข้าร่วมโครงการได้

คุณชาญอนันต์ ชัยชาญ พัฒนาการอำเภอนาดี ( เมื่อปี 2546 ) ได้เข้ามาให้คำแนะนำและส่งเสริมให้คุณกิตติได้ส่งสินค้าเข้าร่วมคัดสรรในปี พ.ศ. 2546 ซึ่งต่อมาถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพได้ผ่านการคัดสรรให้เป็นสินค้า OTOP ในระดับ 4 ดาว ของภาคกลาง และได้ไปจำหน่ายที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2546 ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากที่คุณกิตติได้เริ่มทำถ่านไม้ไผ่มาเป็นเวลากว่า 4 ปี ซึ่งในครั้งนั้นถึงแม้ว่าจะมียอดจำหน่ายไม่สูงนัก แต่ก็ถือว่าได้ผลตอบรับที่น่าพอใจ เพราะมีผู้ให้ความสนใจเกี่ยวกับคุณสมบัติและคุณประโยชน์ของถ่านไม้ไผ่ทั้งจากประชาชนทั่วไปและสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ติดต่อสอบถามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้มีคนรู้จักถ่านไม้ไผ่มากขึ้น นอกจากนั้นทางคณะผู้บริหารของสถาบันเพื่อพัฒนาการเกษตรและชนบทจำเนียร สาระนาค ( สจส. ) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การสบับสนุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร ( ธ.ก.ส. ) เพื่อดำเนินการให้บริการทางการศึกษาดูงานและฝึกอบรมด้านการพัฒนาการเกษตรและชนบท แก่หน่วยงาน องค์กร และบุคคลทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ ได้ให้ความสนใจและให้เกรียติมาเยี่ยมชมสถานที่ผลิตและช่วยอุดหนุนสินค้าผลิตภัณฑ์ถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ ถึงจังหวัดปราจีนบุรีเลยทีเดียว นอกจากนั้นคุณกิตติยังรับเกรียติให้เป็นวิทยากรรับเชิญ เพื่อให้คำแนะนำแก่เกษตรกรที่สนใจในเรื่องของการเผาถ่านด้วยถังน้ำมัน 200 ลิตร ร่วมกับทีมงานวิทยากรของ สจส. ตามที่ต่าง ๆอีกด้วย เช่น งานกาชาดจังหวัดเชียงใหม่, งานเพื่อฟ้าดินที่ราชธานีอโสก จังหวัดอุบลราชธานี เป็นต้น

นอกจากนั้นคุณกิตติยังได้รับการส่งเสริมและคำแนะนำต่างๆ จากหน่วยงานทางภาครัฐ ของจังหวัดปราจีนบุรี ทั้งพัฒนาชุมขนจังหวัด, อุตสาหกรรมจังหวัด, พาณิชย์จังหวัด, พัฒนาชุมชนอำเภอนาดี ฯลฯ ทำให้คุณกิตติได้ไปเข้าร่วมการ อบรม และสัมมนาในโครงการต่าง ๆ ของหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ จนสามารถนำความรู้ที่ได้มาปรับปรุงและพัฒนารูปแบบของสินค้าให้สวยงามและเป็นที่ต้องการของตลาดยิ่งขึ้น ทำให้การไปจำหน่ายสินค้าที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ในงาน เมืองแห่งภูมิปัญญาไทย (OTOP CITY) วันที่ 21 – 28 ธันวาคม 2546 มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจ และมียอดสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งทุกวันนี้

เอกลักษณ์และจุดเด่นของผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ เป็นสินค้าที่ผลิตโดยใช้วัตถุดิบที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในท้องถิ่น ดังจะเห็นได้จากคำขวัญของจังหวัดปราจีนบุรีที่ว่า ” ศรีมหาโพธิ์คู่บ้าน ไผ่ตงหวานคู่เมือง ผลไม้ลือเลื่อง เขตเมืองทวารวดี ” อีกทั้งยังได้นำภูมิปัญญาของท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่นอีกด้วย นอกจากนั้น คุณสมบัติและคุณประโยชน์ต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์ถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพที่ทางผู้ผลิตได้โฆษณาประชาสัมพันธ์ออกไปนั้น ก็สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แต่วิธีง่าย ๆ ที่ใช้ดูลักษณะถ่านประเภทนี้ก็คือ เมื่อเคาะถ่านจะมีเสียงดังกังวานคล้ายเสียงเคาะกระเบื้องดินเผา เมื่อหักดูจะเห็นสีดำมันวาว และเมื่อใช้นิ้วถูที่บริเวณรอยหักของถ่านจะไม่มีสีดำติดที่นิ้วเลย ส่วนที่ผิวถ่านอาจจะมีสีดำติดบ้างเล็กน้อย เนื่องจากคุณสมบัติของเปลือกไม้ เมื่อนำไปให้เป็นเชื้อเพลิงจะจุดติดไฟได้ยาก แต่เมื่อติดแล้วจะให้ความร้อนที่สูงมาก มอดดับช้า ถ่านไม่แตกปะทุ และควันน้อยมาก

คุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นเกิดจากการเผาถ่านด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส meให้ถ่านไม้ไผ่

– มีรูพรุนเป็นจำนวนมาก
– มีคาร์บอนเสถียร ( FIXED CARBON ) สูงมากกว่า 85 %
– มีสารระเหยง่ายต่ำ
– มีแร่ธาตุมาก
– และค่าความต้านทาน ( Resistance ) ไม่เกิน 100 โอห์ม
                   
ดังนั้นถ่านไม้ไผ่ที่ผลิตได้จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ได้แก่ ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น ใช้ในระบบกรองน้ำ บำบัดน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตยา ก้นกรองบุหรี่ ใช้ผลิตชิ้นส่วนของแบตเตอรี่ และถ่านไฟฉาย ฯลฯ, ใช้ในครัวเรือน เช่น ใช้ประกอบอาหารปิ้ง ย่าง ใช้ดูดกลิ่นและความชื้นในบ้าน ในห้องปรับอากาศ ในรถยนต์ ใส่ในถังข้าวสารเพื่อดูดความชื้นจากข้าว ใช้ดูดความชื้นใต้ถุนบ้าน ฯลฯ, ใช้ในการเกษตร เช่น ใช้เป็นสารปรับปรุงดิน ใช้ช่วยในการทำปุ๋ยหมัก ใช้รักษาผลผลิตทางการเกษตรไว้ให้สดนานขึ้น ฯลฯ, ใช้ในการปศุสัตว์ เช่น ใช้รองพื้นคอกปศุสัตว์ ใช้ผสมในอาหารสัตว์ เป็นต้น

นอกจากนั้นกระบวนการผลิตถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ ยังทำให้เกิดผลพลอยได้จากการผลิตถ่าน นั่นก็คือ น้ำส้มควันไม้ไผ ( BAMBOO VINEGAR) ซึ่งเกิดจากการควบแน่นของควันในขณะเผาถ่าน มีลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาลใส มีกลิ่นควันไม้ หากผ่านการกลั่นจะมีสีเหลืองใส ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำเกษตรอินทรีย์

ด้วยเอกลักษณ์และจุดเด่นดังกล่าวข้างต้นทำให้ผลิตภัณฑ์ถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ ได้ผ่านการคัดสรรเป็นสินค้า OTOP ในระดับ 4 ดาว ของภาคกลาง ในปี 2546 และระดับ 4 ดาว ของประเทศ ในปี 2547 ( เป็นรายแรกและรายเดียวของประเทศไทย ) และกลายเป็นสินค้าของฝากที่ขึ้นชื่อ และนำชื่อเสียงมาสู่อำเภอนาดี และจังหวัดปราจีนบุรี ผลิตภัณฑ์กับความสัมพันธ์กับชีวิตและชุมชน ผลิตภัณฑ์ถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพมีความสัมพันธ์กับชีวิตและชุมชน ดังต่อไปนี้…

ด้านอาชีพ :

ทำให้เกิดวิสาหกิจชุมชน กระจายรายได้ให้คนในท้องถิ่น ทั้งกลุ่มผู้ปลูกไม้ไผ่ และกลุ่มตัดเย็บ
– สมาชิกกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น
– สมาชิกกลุ่มมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
– สมาชิกในชุมชนมีงานทำ
– ยกระดับอาชีพคนเผาถ่านให้เป็นที่ยอมรับในสังคม ด้านการศึกษา
– เป็นที่ศึกษา ดูงานด้านการผลิตถ่านไม้ที่มีคุณภาพ
– เป็นวิทยากรให้คำแนะนำเรื่องการเผาถ่าน – ส่งเสริม เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเรื่องถ่าน
– พัฒนาความคิด ช่วยกันสร้างสรรค์พัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้านชุมชน
– ปลูกฝังเรื่องการอนุรักษ์ป่าไม้ไม่ให้ตัดต้นไม้ใหญ่เพื่อนำมาเผาถ่านเช่นในอดีต
– เกิดจิตสำนึกในการปลูกไม้ไผ่ในชุมชน การสร้างป่าถาวร
– เกิดการสร้างภูมิปัญญา
– เกิดปราชญ์ชาวบ้าน ที่รู้จริงทำจริง เวทีวิเคราะห์การพัฒนาผลิตภัณฑ์

การพัฒนาผลิตภัณฑ์

1. คุณภาพสินค้า / ตัวสินค้า – สามารถเพิ่มอุณหภูมิในการเผาให้สูงขึ้น ทำให้ถ่านไม้ไผ่มีคุณภาพดียิ่งขึ้น – ปรับปรุงรูปแบบสินค้าให้มีสีสันสวยงาม น่าใช้ยิ่งขึ้น – ปรับปรุงรูปทรงของสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น

2. บรรจุภัณฑ์ – ปรับปรุงให้มีความประณีต สวยงามมากขึ้น

3. การตรวจสอบผลิตภัณฑ์ – มีเครื่องมือในการตรวจสอบคุณภาพของถ่านไม้ไผ่ที่ใช้ทำสินค้า – ส่งสินค้าให้สถาบันที่มีความน่าเชื่อถือช่วยตรวจสอบ วิเคระห์คุณสมบัติให้ได้มาตรฐานอยู่อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนั้นกลุ่มฯ ยังมีเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพถ่าน ไว้ใช้สำหรับตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์และรักษามาตรฐานการผลิตให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ

ถ่านไม้ไผ่ตามมาตรฐานของญี่ปุ่นและจีนแบ่งไว้เป็น 2 เกรด  คือ : –

1.  เกรด  1  ( White Charcoal หรือ 1st grade )  เป็นถ่านไม้ไผ่คุณภาพสูงใช้กรรมวิธีการผลิตและอุณหภูมิภายในเตามากกว่า 1,000 ºC  เหมาะสำหรับใช้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ  มีคุณสมบัติที่ดีต่อมนุษย์  สัตว์  สิ่งแวดล้อม  ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม

2.  เกรด  ปกติทั่วไป  ( Black Charcoal หรือ Regulation grade )  เป็นถ่านที่ใช้กรรมวิธีการผลิตและอุณหภูมิภายในเตาต่ำกว่า 1,000 ºC  เหมาะสำหรับใช้เป็นถ่านเชื้อเพลิง หุงต้มอาหารและถ่านเพื่อให้พลังงานความร้อนอื่น ๆ  แต่ไม่ควรนำไปประกอบอาหารประเภท ปิ้ง  ย่าง  บาร์บีคิว  ยากิโตริ ( ไก่เสียบไม้ย่าง ) เพราะค่าของถ่านคงที่ ( Fixed  Carbon  ) ไม่ถึงหรือน้อยกว่า  85 %

ถ่านไม้ไผ่ (Bamboo Charcoal) ภาษาญี่ปุ่นเรียก ทาเคะสึมิ (takezumi)  หรือ คิคุตัน (tikutan) ทำมาจากไม้ไผ่ ( Bamboo ) เป็นถ่านที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตด้วยอุณหภูมิภายในเตามากกว่า 1,000 ºC  มีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของมนุษย์  สัตว์  ธรรมชาติและสภาพแวดล้อมมากมาย

ถ่านไม้ไผ่ ที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตด้วยอุณหภูมิภายในเตามากกว่า  1,000 ºC  แตกต่างไปจากถ่านทั่วไป  หรือแม้แต่ถ่านขาว ( White Charcoal )  หรือบินโจตัน ( Binchotan )  ที่มีผลิตกันมากในประเทศญี่ปุ่นและจีน  ปัจจุบันประเทศจีนปิดป่าจึงไม่มีการผลิตถ่านทั้งสองชนิดนี้แล้ว

ถ่านไม้ไผ่  ที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตด้วยอุณหภูมิภายในเตามากกว่า 1,000 ºC  มีลักษณะพิเศษ  ดังนี้ :-

มีรูพรุนมากกว่า  หากนำมาแผ่กระจายออกเป็นพื้นที่จะได้พื้นที่มากถึง 300 ถึง 700  ตร.ม / กรัม ( ถ่านไม้ทั่วไป จะได้พื้นที่ประมาณ  50  ตร.ม / กรัม  ) 

มีค่าความด้านทานไฟฟ้า ( Resistance ) ต่ำ  ( ไม่เกิน 100 โอห์ม )

มีแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย

จีน และ ญี่ปุ่น ได้ทำการวิจัยถ่านไม้ไผ่ ที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตด้วยอุณหภูมิภายในเตามากกว่า 1,000 ºC  พบว่ามีคุณสมบัติพิเศษ  สามารถให้กำเนิดและปลดปล่อยประจุลบ ( Negative Ions ) และ อินฟาเรดยาว ( Far infrared ray )

จากคุณสมบัติดังกล่าว ถ่านไม้ไผ่ จึงถูกนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในหลากหลายรูปแบบ เป็นที่นิยมมากในประเทศญี่ปุ่นและมีราคาแพง เช่น :-

1. ใช้เป็นวัสดุตบแต่งบ้านเรือน  ( Decorate ) ช่วยฟอกอากาศ  ดูดกลิ่น ( Deodorizing ) ความชิ้น ( Moisture )  ปลดปล่อยประจุลบ ( Negative Ions ) และ อินฟาเรดยาว ( Far infrared ray ) ซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ

1.1 ต้องใช้ถ่านไม้ไผ่ในปริมาณที่เหมาะสมกับพื้นที่

2. ทิ้งลงในแม่น้ำลำคลองลดการเน่าเสียของน้ำ  ช่วยบำบัดน้ำเสีย เพิ่มแร่ธาตุ แคลเซี่ยม โพตัสเซี่ยม  แมกเนเซี่ยม ฯลฯ

2.1 ต้องใช้ถ่านไม้ไผ่ในปริมาณที่เหมาะสมกับปริมาตรน้ำ

3. แช่ในถังน้ำดื่ม ช่วยดูดซับคลอรีน และสิ่งที่มีพิษ  เพิ่มแร่ธาตุ แคลเซี่ยม โพตัสเซี่ยม  แมกเนเซี่ยม ฯลฯ และปลดปล่อยประจุลบ ( Negative Ions ) และ อินฟาเรดยาว ( Far infrared ray ) ซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ

3.1 ทำความสะอาดถ่านไม้ไผ่ด้วยแปรงหรือฟองน้ำ ห้ามใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจานเด็ดขาด

3.2 ต้มถ่านไม้ไผ่ที่ล้างสะอาดแล้วด้วยน้ำเดือดประมาก 10 นาที

3.3 นำออกมาวางไว้ปล่อยให้แห้ง  ไม่ควรนำออกตากแดด

3.4 ใช้ถ่านไม้ไผ่ 100 กรัม ( 1 ชิ้น ) ต่อน้ำ 1 ลิตรแช่ทิ้งไว้ประมาณ 2 ~ 3  ชั่วโมง  น้ำจะมีคุณสมบัติเหมือนน้ำแรธรรมชาติหรือดีกว่า

3.5 หลังจากใช้ถ่านไม้ไผ่ในน้ำดื่มครบ 1 อาทิตย์  ควรนำออกมาต้มด้วยน้ำเดือด  และสามารถใช้ได้ 1 เดือนต่อถ่านไม้ไผ่ 100 กรัม

ตารางเปรียบเทียบแร่ธาตุต่างๆ  ระหว่างถ่านไม้ไผ่ ” บันตัน “กับถ่านไม้ไผ่และน้ำแร่ธรรมชาติที่เก็บตัวอย่างจากตลาดในประเทศญี่ปุ่น

ANALYSIS TEST

 ITEMS 1.BAMBOO CHARCOAL WATER( Japan ) : CALCIUM :22 mg/L / POTASSIUM 50 mg/L / MAGNESIUM 5.3 mg/L

 ITEMS 2.BAMBOO  CHARCOAL WATER( BunTun ) : CALCIUM 25.1 mg/L / POTASSIUM 133 mg/L / MAGNESIUM 4.9 mg/L

 ITEMS 3.MINERAL WATER OF MARKETING : CALCIUM 10 mg/L / POTASSIUM 2.6 mg/L / MAGNESIUM 1.5 mg/L

4. ใส่หม้อหุงข้าวขณะที่หุงข้าว  ช่วยดูดซับคลอรีน กลิ่นเหม็นอับของข้าวสารเก่า และสิ่งที่มีพิษ  เพิ่มแร่ธาตุ แคลเซี่ยม โพตัสเซี่ยม  แมกเนเซี่ยม ฯลฯ และปลดปล่อยประจุลบ ( Negative Ions ) และ อินฟาเรดยาว ( Far infrared ray ) ซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ เพิ่มรสและความนุ่มให้ข้าวสุก

4.1 ทำความสะอาดถ่านไม้ไผ่ด้วยแปรงหรือฟองน้ำ ห้ามใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจานเด็ดขาด

4.2 ต้มถ่านไม้ไผ่ที่ล้างสะอาดแล้วด้วยน้ำเดือดประมาก 10 นาที

4.3 นำออกมาวางไว้ปล่อยให้แห้ง  ไม่ควรนำออกตากแดด

4.4 ใช้ถ่านไม้ไผ่ 300 กรัม ( 3 ชิ้น ) ต่อข้าว 1 หม้อ

4.5 ใช้ได้ 10 ~ 15 ครั้ง

5. ใส่ในอ้างอาบน้ำ ช่วยดูดซับคลอรีน และสิ่งที่มีพิษ เพิ่มแร่ธาตุ  และปลดปล่อยประจุลบ ( Negative Ions ) และ อินฟาเรดยาว ( Far infrared ray ) ซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ชำระล้างผิวหนัง  กระตุ้นการการไหลวนของเลือด  ช่วยให้ร่างกายสดชื่น

5.1 บรรจุถ่านไม้ไผ่ 300 กรัม  ในถุงตาข่าย

5.2 แช่ถุงถ่านลงในอ่างอาบน้ำ

5.3 เพิ่มอุณหภูมิของน้ำให้อุ่น

5.4 เอาถุงถ่านออกจากอ่างเมื่ออาบน้ำเสร็จ

5.6 ถ่านไม้ไผ่ 1 ถุงใช้ได้ 2 เดือน

6. ใส่ไว้ในที่นอน ไต้เตียง ในห้องนอน ช่วยฟอกอากาศ  ดูดกลิ่น  ความชิ้น  ปลดปล่อยประจุลบ ( Negative Ions ) และ อินฟาเรดยาว ( Far infrared ray ) ซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ กระตุ้นการการไหลวนของเลือด  จิตใจสงบเย็นในขณะพักผ่อนและช่วยให้นอนหลับได้ดี ร่างกายสดชื่น

6.1 ห้องขนาด 3.2 ม. x 3.2 ม. ต้องใช้ถ่านไม้ไผ่ 3 กก./ห้อง

7. ดูดซับและหักเหคลื่นไฟฟ้า  ( Absorption of Electromagnetic Wave )  ช่วยดูดซับและหักเหคลื่นไฟฟ้าที่แผ่กระจายออกมาจาก  ทีวี  คอมพิวเตอร์  จอมอนิเตอร์  อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปิดใช้งานอยู่ภายในบ้านและสถานที่ทำงาน  ดูดซับลดการแผ่กระจายของคลื่นไฟฟ้าจากการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ

8. ฟอกและปรับอากาศ ใต้เตียงนอน และใต้อาคารบ้านเรือน ช่วยดูดซับความชิ้นในฤดูที่มีความชื้นสูง  และคลายความชิ้นในฤดูที่มีความแห้งแล้ง

9. ใช้ผสมอาหารสัตว์ ช่วยเพิ่มแร่ธาตุ  ดูดซับสารพิษ  กำจัดแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร  ลดกลิ่นเหม็นของมูลสัตว์

10. ใช้ผสมดินเพื่อการเพาะปลูก  ช่วยปรับสภาพของดิน  เพิ่มแร่ธาตุที่พืชต้องการ

11. ใส่ในตู้เย็น ช่วยกูดกลิ่น และปลดปล่อยประจุลบ ( Negative Ions ) และ อินฟาเรดยาว ( Far infrared ray ) ช่วยให้ผักสดเก็บไว้ได้นานวันขึ้น ถ่านไม้ไม้จะดูดซับก๊าชที่ผักและผลไม้คายออกมาซึ่งมีผลให้ผักและผลไม้เน่าเสีย

12. ใส่ในถังข้าวสาร ช่วยกูดกลิ่น ความชื้น และปลดปล่อยประจุลบ ( Negative Ions ) และ อินฟาเรดยาว ( Far infrared ray ) ป้องกันมอด และแมลงต่าง ๆ

13. ใสไว้ในแจกันหรือกระถางดอกไม้ ทำให้เกิดออกไซด์ เพิ่มออกซิเจนและแร่ธาตุ แคลเซี่ยม โพตัสเซี่ยม  แมกเนเซี่ยม ฯลฯ ให้กับน้ำในแจกันหรือกระถางดอกไม้

14. ใส่ในตู้กระจกหรืออ่างเลี้ยงปลา  ช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำ เพิ่มแร่ธาตุ แคลเซี่ยม โพตัสเซี่ยม  แมกเนเซี่ยม ฯลฯ ทำให้น้ำใสสะอาด  ช่วยเร่งการตกตะกอนของฝุ่นละอองในน้ำ

15. ทำห้องบำบัดสุขภาพ  ช่วยฟอกอากาศภายในห้อง ดูดกลิ่น   ( Deodorizing)  ความชิ้น (Moisture) ปลดปล่อยประจุลบ ( Negative Ions ) และ อินฟาเรดยาว ( Far infrared ray ) ซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ

นอกจากนั้นยังใช้ถ่านไม้ไผ่เป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพได้อีกมากมายหลายชนิด  เช่น  สบู่  แชมพู  ยาสีฟัน  ถ่านเม็ดดูดสารพิษ.

คัดลอกจาก : เอกสารส่งคณะกรรมการคัดสรรผลิตภัณฑ์โอท๊อป ปี พ.ศ 2546


เฒ่าเผาถ่าน พิท้กษ์โลก

วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2561

“ BUNTON “ Bamboo Charcoal Mattress Pad

“ BUNTON “ Bamboo Charcoal Mattress Pad

Bamboo Charcoal Mattress Pad made form Thailand Bamboo.

Bamboo Charcoal gathers negative ions that promote blood circulation

Bamboo Charcoal while blocking elecromagnetic waves.

Give yourself a full night's sleep, reduce stress, and wake refreshed

with better concentration for work or study.

Size 100 cm x 200 cm

Fabric - 100 %  Polyester

Filling: 7.50 Kg. “ BUNTON “ Bamboo charcoal granule

By. Thai Wisdom 100 %

เฒ่าเผาถ่าน

วันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ประจุลบจากหมอนหนุนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน "

✳️✳️✳️ คลิปวีดีโอ แสดงให้เห็นว่า Negative Ion ( ประจุลบ ) ถูกปลดปล่อยออกมาจาก หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน " รุ่น P960

🔋🔋🔋หน่วย Negative Ion ( ประจุลบ )  : Ions / cc.

✅✅✅ ข้อกำหนดของเครื่องทดสอบ : ค่าที่อ่านได้ คูณด้วย 10 ยกกำลัง 4 ( 10,000 ) Ions / cc.

✅✅✅ การทดสอบ : เพื่อยืนยันว่า หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน " รุ่น P960 มี Negative Ion ( ประจุลบ ) ปลดปล่อยออกมาจริง ( ยืนยันตามเครื่องมือวัด )

เฒ่าเผาถ่าน

๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๐

🎇🎇🎇 พิเศษ🌷🌷🌷

💕💕💕 ส่งปี ๒๕๖๐ รับปี ๒๕๖๑

🔋🔋🔋 ลด 300 บาท

🎒🎒🎒ใบละ 2,500 บาท

✅✅✅ เหลือเพียง 2,200 บาท

✳️✳️✳️ ไม่รวมค่าส่ง

หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน "

รุ่น P960

ผลิตภัณฑ์จากแรงบันดาลที่เฒ่าเผาถ่านพัฒนาขึ้นมาใช้เอง เพื่อบำบัดอาการปวดหัวข้างเดียวหรือโรคไมเกรน ที่เป็นเองมานานหลายสิยปี ใช่แล้วได้ผลดี ไม้ต้องทานยาช่วยระงับอาการปวดอีกเลย.

หลายท่านใช้แล้วเห็นผลดีเช่นกัน คือ :-

⛑ ช่วยบำบัดอาการปวดหัวข้างเดียวหรือโรคไมเกรน ที่เป็นมานานหลายสิยปี
ด้วยการหนุนหมอนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน " แทนการทานยาช่วยระงับอาการปวด

⛑ ช่วยบำบัดอาการนอนกรน ที่เป็นตั้งแต่เด็ก ๆ ด้วยการหนุนหมอนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน " ทำให้นอนหลับได้อย่างไม่ทุกข์มรมาน และไม่สร้างความรำคาญแก้ผู้อื่น

⛑ ช่วยให้นอนหลับสนิท หลับลึก และฝันดีตลอดคืน ด้วยการหนุนหมอนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน " ทำให้นอนหลับได้อย่างมีความมีความสุขและผ่อนคลาย

⛑ ช่วยให้หายใจได้ลึก หายใจได้เต็มปอด ด้วยการหนุนหมอนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน " ทำให้สมองปลอดโปร่ง จิตใจแจ่มใส เลือดไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้ดี.

และ...อยู่ในระหว่างการทดลองใช้ของผู้ป่วยโรคหัวใจและมะเร็งต่อมลูกหมาก

#หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่

#หมอนถ่านไม้ไผ่

#บ้านถ่านไม้ไผ่ไทยอากาศดี

#nonghugnadee

#บชาร์โคลโฮม

วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560

หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน "



หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่
" บันตัน "
รุ่น : P960
ขนาดมาตรฐาน : 19" x 29"
บรรจุถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ " บันตัน " : 2.5 กก.
ราคา : 2,000 บาท
( ไม่รวมค่าส่ง )

คุณประโยชน์หมอนถ่านไม้ไผ่ :-

ช่วยบรรเทาโรคปวดหัวข้างเดียวหรือโรคไมเกรน ( Migraines ) โรคที่ผู้เป็นสุดแสนจะทรมาน เป็นโรคเวร โรคกรรม ที่ยังไม่มียารักษาให้หายขาดได้

ผลจากการทดลองใช้กับตัวเอง ไม่มีอาการปวดหัวข้างเดียวอีกเลย และไม่ต้องทานยาช่วยระงับอาการปวด หลังจากใช้หมอนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน " ผ่านไปได้ 3 วัน

มีผลงานวิจัยของญี่ปุ่นพบว่า ถ่านไม้ไผ่ที่เผาด้วยอุณภูมิสูงมากกว่า 1000 องศาเซลเซียส สามาถปลดปล่อยประจุลบ และ ฟาร์ อินฟราเรด ( Release negative ions & far infrared rays . Promote blood circulation ) ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น อากาศรอบข้างสะอาดปลอดโปร่ง เหมือนชายทะเลยามเช้า บริเวณน้ำตก หรือบริเวณชายป่า ที่มีละอองน้ำลอยอยู่โดยรอบ ช่วยให้รู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่ง เมื่อยามสูดลมหายใจเข้า.

เฒ่าเผาถ่าน พิท้กษ์โลก

๑๗ กันยายน ๒๕๖๐

สนใจสั่งซื้อ โทร :-

• 081 813 1035 เฒ่าเผาถ่าน พิท้กษ์โลก

• 086 786 1800 Nong Hug Nadee

• 081 929 3481 Chuanpis Intarasoon

คุณประโยชน์หมอนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน " : https://www.facebook.com/bantanthai/posts/1594552107271317

วันเสาร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560

หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน "


หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่
" บันตัน "
รุ่น : P960
ขนาดมาตรฐาน : 19" x 29"
บรรจุถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ " บันตัน " : 2.5 กก.
ราคา : 2,000 บาท
( ไม่รวมค่าส่ง )

คุณประโยชน์หมอนถ่านไม้ไผ่ :-

• ช่วยฟอกอากาศทำให้อ๊อกซิเยนภายในห้องนอนสะอาดน่านอนมากขึ้น
• ช่วยให้ผู้ใช้คลายเคลียด นอนหลับสะบาย หลับได้ลึก
• ช่วยให้ผู้ใช้ได้พักผ่อนกับการนอนได้อย่างเต็มอิ่ม
• ช่วยลดอาการปวดกระดูกต้นคอในยามหลับนอน
• ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้อย่างเต็มที่
• ช่วยบรรเทาโรคปวดหัวข้างเดียวหรือโรคไมเกรน ( Migraines ) โรคที่ผู้เป็นสุดแสนจะทรมาน เป็นโรคเวร โรคกรรม ที่ยังไม่มียารักษาให้หายขาดได้

ผลจากการทดลองใช้กับตัวเอง ไม่มีอาการปวดหัวข้างเดียวอีกเลย และไม่ต้องทานยาช่วยระงับอาการปวด หลังจากใช้หมอนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน " ผ่านไปได้ 3 วัน

มีผลงานวิจัยของญี่ปุ่นพบว่า ถ่านไม้ไผ่ที่เผาด้วยอุณภูมิสูงมากกว่า 1000 องศาเซลเซียส สามาถปลดปล่อยประจุลบ และ ฟาร์ อินฟราเรด ( Release negative ions & far infrared rays . promote blood circulation ) ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้บรรยากาศรอบข้างสะอาดปลอดโปร่ง เหมือนชายทะเลยามเช้า บริเวณน้ำตก หรือบริเวณชายป่า ที่มีละอองน้ำลอยอยู่โดยรอบ ช่วยให้รู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่ง เมื่อยามสูดลมหายใจเข้า.

คุณประโยชน์หมอนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน " : https://www.facebook.com/bantanthai/posts/1594552107271317

เฒ่าเผาถ่าน พิท้กษ์โลก
๑๗ กันยายน ๒๕๖๐
สนใจสั่งซื้อ โทร :-
• 086 786 1800 Nong Hug Nadee
• 081 929 3481 Chuanpis Intarasoon

วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560

หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน "


หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่
" บันตัน "
Bamboo charcoal pillow
" Bunton "
รุ่น P960
บนรจุถ่านไม้ไผ่ " บันตัน " 2.5 กก.
ขนาดมาตรฐาน : 19" x 29"
ราคาใบละ 2,000 บาท
( ไม่รวมค่าส่ง )

สำหรับท่านที่มีอาการปวดหัวข้างเดียว หรือไมเกรน ( Migraines )

ขอแนะนำให้ทดลองใช้ จะเห็นผลดีเกินคลาด ภายในหนึ่งสัปดาห์ อาการที่ปวดและต้องทานยาระงับเป็นประจำ จะค่อย ๆ ดีขึ้น และแนะนำให้หยุดทานยาระงับอาการปวดหัวข้างเดียวหรือไมเกรน ( Migraines ) ตั้งแต่วันที่ 3 ของการใช้หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ " บันตัน "


เมื่อเริ่มมีอาการปวดหัว แนะนำให้รีบใช้หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ " บันตัน " หนุนหัวนอนทันที ทิ้งน้ำหนักของศรีษะลงที่หมอนให้เต็มที่ ผ่อนคลายทุกส่วนของร่างกายให้รู้สึกว่าง ๆ เบา ๆ ไม่เกร็งส่วนใด ๆ ของร่างกาย

สักพักท่านจะรู้สึกหายใจยาว หายใจลึก ร่างกายและปอดได้รับอากาศอ๊อกซิเจนที่บริสุทธิ์ เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น และอาการปวดจะค่อย ๆ หายไป.

ใช้หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่ " บันตัน " เพื่อช่วยลดอาการโรคปวดหัวข้างเดียวหรือโรคไมเกรนขั้นรุนแรง ( Migraines ) ได้ผลดีเกินคาด

ปกติต้องทานยาแก้ปวดหัวไมเกรน ( Cafergot + Ponstan 500 + Flunarizine ) วันเว้นวัน ติดต่อกันมาหลายสิปปี เรียกว่าปวดขั้นรุนแรง ปวดอย่างทรมานมาก ถ้าทานยาระงับไม่ทันก็ถึงขั้นคลื่นไส้ ( Nausea ) และอาเจียน ( Vomiting ) ตามมา

หลังจากใช้หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ " บันตัน " อาการปวดหัวข้างเดียวหรือไมเกรน ( Migraines ) ไม่มีอีกเลย

โรคปวดหัวข้างเดียวหรือโรคไมเกรน ( Migraines ) เป็นโรคที่หมอบอกว่ารักษาไม่ได้ ไม่มียารักษาให้หายขาดได้มีแต่ยาช่วยระงับอาการเท่านั้น

การพัฒนาและผลิต หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ " บันตัน " ให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่เน้นประโยชน์ใช้สอยสูงสุดเป็นสำคัญ และหากช่วยลดอาการของโรคปวดหัวข้างเดียวหรือโรคไมเกรนขั้นรุนแรง ( Migraines ) ได้ด้วย

เฒ่าเผาถ่าน พิท้กษ์โลก ถือว่าได้สร้างกุศล สร้างคุณประโยชน์ ให้กับเพื่อน " ร่วมโรค " ได้อีกทางหนึ่ง.



เฒ่าเผาถ่าน พิท้กษ์โลก
๑๕ กันยายน ๒๕๖๐

วันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2560

คู่มือการใช้หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ " บันตัน "


หมอนหนุนถ่านไม้ไผ
" บันตัน "
Bamboo charcoal pillow
" Bunton "
รุ่น P960
บนรจุถ่านไม้ไผ่ " บันตัน " 2.5 กก.
ขนาดมาตรฐาน : 19" x 29"
ราคาใบละ 2,000 บาท
( ไม่รวมค่าส่ง )

คู่มือการใช้หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ " บันตัน "

คำแนะนำในการใช้ :-

3 วันแรกของการใช้หมอนหนุนถ่านไม้ไผ " บันตัน " ท่านจะรู้สึกไม่คุ้นเคยในการหนุนหมอนแข็ง จะรู้สึกเจ็บต้นคอนิด ๆ แต่จะไม่ปวดเหมือนอาการหัวตกหมอน

หลังจาก 3 วันผ่านไป อาการเจ็บต้นคอจะหายไป และจะเริ่มคุ้นเคย

ให้ท่านลองสังเกตดูด้วยตัวเองว่าท่านมีอาการเช่นไรบ้าง ตั้งแต่คืนแรกที่เริ่มใช้


สำหรับท่านที่มีอาการปวดหัวข้างเดียว หรือไมเกรน ( Migraines )
ขอแนะนำให้ทดลองใช้ จะเห็นผลดีเกินคลาด ภายในหนึ่งสัปดาห์ อาการที่ปวดและต้องทานยาระงับเป็นประจำ จะค่อย ๆ ดีขึ้น และแนะนำให้หยุดทานยาระงับอาการปวดหัวข้างเดียวหรือไมเกรน ( Migraines ) ตั้งแต่วันที่ 3 ของการใช้หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ " บันตัน "

เมื่อเริ่มมีอาการปวดหัว แนะนำให้รีบใช้หมอนหนุนถ่านไม้ไผ่เพื่อสุขภาพ " บันตัน " หนุนหัวนอนทันที ทิ้งน้ำหนักของศรีษะลงที่หมอนให้เต็มที่ ผ่อนคลายทุกส่วนของร่างกายให้รู้สึกว่าง ๆ เบา ๆ ไม่เกร็งส่วนใด ๆ ของร่างกาย

สักพักท่านจะรู้สึกหายใจยาว หายใจลึก ร่างกายและปอดได้รับอากาศอ๊อกซิเจนที่บริสุทธิ์ เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น และอาการปวดจะค่อย ๆ หายไป.


๑๑ กันยายน ๒๕